สามีนุ รับผิดพลาดปมฟ้องปรปักษ์ หวังแค่พ้นผิดปมบุกรุก ย้ำแม้สู้ชนะก็ตั้งใจคืนเจ้าของ ด้านทนายวัฒนา ชี้ โหนกระแสไม่เป็นกลาง เจอหนุ่ม กรรชัย ปั่นกลับชุดใหญ่
จากกรณี คุณภานุมาศ หนึ่งในผู้โดนแจ้งข้อหาบุกรุกบ้านอากู๋เหม ที่ซอยรามอินทรา 58 และเป็นฝ่ายที่เดินหน้าฟ้องครอบครองปรปักษ์กับเจ้าของบ้าน ตัดสินใจผูกคอจบชีวิตตัวเอง ซึ่งพบว่าประมาณ 1 สัปดาห์ก่อน นุมีความเครียดมาก พยายามจะขอไกล่เกลี่ยกับฝ่ายเจ้าของบ้าน โดยมีคลิปเสียงที่นุอ้างว่าถึงขั้นยอมกราบเท้าทนายฝ่ายตัวเองให้ไปถอนฟ้องครอบครองปรปักษ์ แต่ยังไม่ทันจะได้ข้อสรุปว่าจะถอนฟ้องหรือไม่ก็เกิดเหตุน่าสลดขึ้นเสียก่อนนั้น
อ่านข่าว : ย้อนคลิป ทนายวัฒนา มั่นใจครอบครองปรปักษ์ได้ แม้ไม่ใช่เจ้าของ นุถึงขั้นกราบเท้าถอนคดี !
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด (27 กุมภาพันธ์ 2567) ข่าวช่อง 3 รายงานว่า จากการสอบถาม คุณเอ๋ สามีผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเป็น 1 ใน 5
คน ที่ถูกดำเนินคดีฐานบุกรุกตั้งแต่รอบแรก ซึ่งก็ต่อสู้ทางคดีเรื่อยมา
ส่วนการเข้าไปบุกรุกรอบที่ 2 และตั้งเรื่องฟ้องปรปักษ์
เพราะฟังคำแนะนำจากหลายคนหลายฝ่าย ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด
จนคุณนุก็สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง
ยืนยันว่า
ภรรยาไม่ได้มีเจตนารมณ์ที่ต้องการครอบครองและฟ้องปรปักษ์บ้านหลังดังกล่าว
ซึ่งตนและภรรยาคุยกันตั้งแต่แรกแล้วว่า ปลายทางของการฟ้องปรปักษ์
หากฟ้องชนะก็จะคืนบ้านให้กับทางอากู๋ เจ้าของบ้าน
และจะแจ้งสื่อให้ทราบข่าวด้วยหากถึงวันนั้น
ที่ผ่านมาตนและภรรยาถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนผิด
จึงต้องการทำให้สังคมเห็นว่ากระบวนการทางกฎหมายมันมีอะไรที่สามารถทำได้หรือทำไม่ได้เพียงเท่านั้น
ไม่ได้ต้องการครอบครองบ้านหลังดังกล่าว
มองว่าจุดประสงค์ภรรยาทำไปเพื่อต้องการให้ทั้ง 5 คน พ้นผิดเรื่องบุกรุก
พูดคุยไกล่เกลี่ยและถอนฟ้องกันไป
ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ตนเองและภรรยาก็พยายามเข้าไปพูดคุยไกล่เกลี่ยกับทางคู่กรณีอยู่ตลอด
ส่วนประเด็นที่ทนายความฝั่งตนบอกว่า
การที่ภรรยาฆ่าตัวตายเพราะถูกสื่อกดดัน ตนมองว่า มีส่วนประมาณ 60-70
เปอร์เซ็นต์ เพราะตั้งแต่เป็นข่าวรอบที่ 2
ตนสังเกตเห็นว่าภรรยามีความเครียดมากกว่ารอบแรก
เพราะถูกขุดคุ้ยข้อมูลหลายอย่างลามไปถึงธุรกิจที่ตนกำลังทำอยู่ด้วย
เดิมทีภรรยาเป็นคนที่เข้มแข็งและต่อสู้ด้วยตัวเองมาตลอด
และที่ผ่านมาต้องการปกป้องตนเองและธุรกิจ
จึงอาจจะตัดสินใจทำอะไรผิดพลาดเพราะฟังคำแนะนำจากหลายฝ่ายจนไม่เป็นตัวของตัวเอง
และไม่ได้มองถึงผลกระทบรอบด้านว่าจะรุนแรงขนาดนี้ จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ
เหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้า แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นตัดสินใจแบบนี้
โดยสัญญาณสุดท้าย 1 สัปดาห์ ก่อนที่ภรรยาจะตัดสินใจผูกคอฆ่าตัวตาย
ภรรยาจะพูดกับตนและคนรอบข้างตลอดว่า นุจะขอออกหน้ารับผิดเองคนเดียว
ขณะที่ รายการโหนกระแส ช่วงหนึ่ง หนุ่ม กรรชัย ได้โทร. คุยกับ ทนายวัฒนา
ซึ่งเป็นทนายของฝ่ายที่ฟ้องครอบครองปรปักษ์
และมีการสอบถามว่าทนายมีความคิดจะถอนตัวจากคดีนี้หรือไม่ ทนายวัฒนา บอกว่า
หากคุณศรีพรรณ ซึ่งเป็นลูกความบอกให้ถอนตัว ตนจะถอนตัว
หรือพาลูกความไปถอนคำร้อง (ครอบครองปรปักษ์)
มันอยู่ที่ความเข้าใจระหว่างตนเองกับลูกความ
ไม่ใช่เกิดจากการยุแยงของฝ่ายตรงข้าม
มองว่าทุกคนที่เป็นทนายต่างก็อยากให้ฝ่ายของตัวเองได้เปรียบทั้งนั้น
ทนายวัฒนา : บอกตรง ๆ โหนกระแสชอบเอาคนจับมาชนกัน บางครั้งต้องบอกตรง ๆ ว่าคุณไม่เป็นกลางหรอก
หนุ่ม กรรชัย : อุ๊ย ! (หัวเราะ) มันธรรมดาแหละครับ ผมต้องบอกแบบนี้ว่า ความเป็นกลางไม่มีได้ แต่ความเป็นธรรมมันต้องมี
ทนายวัฒนา : คุณธรรมมันต้องมี
หนุ่ม กรรชัย : สังคมเขารู้ครับ ใครมีคุณธรรม ใครไม่มี
ทนายวัฒนา : ทางเราบอกได้แค่ว่า ไม่ได้รับคุณธรรมก็แล้วกัน
หนุ่ม กรรชัย : ไม่มีใครบอกว่าทนายไร้คุณธรรมครับ ตอนนี้ผมดูอยู่ (คอมเมนต์) ไม่มีเลย
ทนายวัฒนา : ก็ต้องดูที่การกระทำด้วย
พฤติการณ์ แต่อย่าไปพูดเลย เดี๋ยวมันก็ทะเลาะอีก
ก่อนหน้าเข้าใจว่าคดีนี้มันจะโล่งแล้ว หาทางออกอยู่
แต่คุณนุมาจากไปเสียก่อน ตอนนี้ก็ต้องเป็นเรื่องของงานศพก่อน
ผมก็เพิ่งมาจากต่างจังหวัด ขอรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน
แล้วจากนี้จะคุยจะไกล่เกลี่ยกันอย่างไรก็ว่ากันไป
ตนพร้อมทำตามลูกความอยู่แล้ว
หนุ่ม กรรชัย : สุดท้ายต้องบอกว่า ผมไม่ได้ไม่เป็นกลางนะ แต่ผมบอกว่าความเป็นกลางไม่ต้องมี แต่ความเป็นธรรมมันต้องมี อันนี้พี่เข้าใจในหัวใจนะ
ทนายวัฒนา : ก่อนที่จะเป็นธรรม มันต้องเป็นกลางก่อน แล้วก็พิจารณาให้รอบคอบทุก ๆ ด้าน
หนุ่ม กรรชัย : แล้วพี่มีความเป็นกลางไหม ว่าบ้านนั้นเป็นของเขาก่อน ความเป็นกลางมีไหม
ทนายวัฒนา : ผมก็ต้องสู้เพื่อลูกความผม ถ้าถามแบบนี้
มันก็เป็นบ้านของเขาตามกฎหมายอยู่แล้วเดิมที
แต่ว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ครอบครองตลอดมาแค่นั้นเอง
หนุ่ม กรรชัย : (หัวเราะ) หยอก ๆ ๆ นะพี่นะ
ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่อง 3, โหนกระแส
