ไวรัล ประสบการณ์ นั่งเครื่องบิน ชั้นธุรกิจ แต่เจอกราวนด์ตะคอกด่า พร้อมกับท้าให้ไปฟ้อง
ไวรัล ประสบการณ์ นั่งเครื่องบิน ชั้นธุรกิจ แต่เจอกราวนด์ตะคอกด่า พร้อมกับท้าให้ไปฟ้อง


          นักธุรกิจคนดัง เผยประสบการณ์เลวร้ายหลังจากที่นั่งเครื่องบินของสายการบินดัง ในชั้นธุรกิจ พบผู้โดยสารชั้นธุรกิจด้วยกันโดนตะคอกด่า มีการท้าทายให้ฟ้อง ซ้ำเก้าอี้เสีย ทั้งที่เป็นเครื่องใหม่ พนักงานมาสาธิตความปลอดภัยไม่ต่างจากสายการบินโลว์คอสต์



ผู้โดยสาร โดนเจ้าหน้าที่สายการบินแห่งชาติ ด่า
ภาพจาก Pawarin Prapukdee / Shutterstock.com

          การขึ้นเครื่องบินแต่ละครั้ง นอกเหนือจากที่ผู้โดยสารต้องการการเดินทางที่ปลอดภัย ความสะดวกสบาย และบริการที่มีคุณภาพที่แล้ว อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยคือการกระทำอย่างมืออาชีพ เพื่อที่จะช่วยสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารของทุกคนให้ราบรื่น และกลายเป็นการพูดปากต่อปากที่นอกจากจะทำให้ผู้โดยสารคนเดิมกลับมาใช้บริการ ยังดึงดูดผู้โดยสารคนใหม่มาอีกด้วย

          ล่าสุด วันที่ 16 ธันวาคม 2566 เฟซบุ๊ก Champ Littee Kitpipit ได้ออกมาบอกเล่าประสบการณ์การเดินทางกับสายการบินหนึ่ง ที่กลายมาเป็นไวรัลดังที่ถูกส่งต่อเป็นจำนวนมาก หลังจากที่พบว่าแม้เขาจะเป็นผู้โดยสารชั้นธุรกิจ จ่ายเงินเอง แต่บริการที่ได้รับกลับเข้าขั้นติดลบ

          โดยที่เจ้าของเรื่อง เผยว่า เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2566 ตนและภรรยาได้ซื้อตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจของสายการบินดัง เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปที่กรุงโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตั๋วนี้เขาได้ใช้เงินซื้อมา ไม่ได้ใช้แต้มแลกเพราะการแลกแต้มเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ โดยที่สายการบินนี้จะตั้งชื่อชั้นธุรกิจว่า Royal Silk แต่จะมีปัญหามากหากลูกค้าชั้นธุรกิจไม่มีบัตร Fast pass หรือบัตรเข้าเลานจ์ และต้องการใช้สิทธิ์ที่ต่างประเทศ เพราะไม่มีใครเข้าใจว่า Royal Silk คืออะไร

ผู้โดยสาร โดนเจ้าหน้าที่สายการบินแห่งชาติ ด่า
ภาพจาก Komenton / Shutterstock.com

          ในขณะที่มีการเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องบินนั้น ปกติแล้วต้องกราวนด์จะเรียกผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจขึ้นเครื่องก่อน และแยกผู้โดยสารชั้นประหยัดไปอีกทาง แต่กลับพบว่า กราวนด์ก็รับผู้โดยสารชั้นประหยัดมาเข้าปะปนกับชั้นธุรกิจ จนทำให้คิวของชั้นธุรกิจยาวมาก ๆ และผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจไม่สามารถขึ้นเครื่องในช่องที่กำหนด และต้องไปขึ้นเครื่องที่ช่องของชั้นประหยัดแทน

         ตอนแรกเขาเข้าใจว่า กราวนด์อาจจะต้องการเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องให้ไว ๆ เลยไม่ว่าอะไร จนกระทั่งมีผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งมาถามว่า ผู้โดยสารชั้นธุรกิจต้องขึ้นเครื่องที่ช่องไหน ก็พบว่ากราวนด์ผู้ชายคนไทยตัวใหญ่คนหนึ่ง ใส่สูทสีแดงเข้ม ได้ตะคอกใส่คนญี่ปุ่นประหนึ่งเหมือนเขามาขอนั่งฟรีว่า “กลับไปต่อแถวที่ด้านหลังเลยครับ ทุกคนตรงนี้คือชั้นธุรกิจ” ทั้งที่แถวตรงนั้นเขียนว่าเป็นชั้นประหยัด คนญี่ปุ่นคนนั้นก็ไม่เข้าใจเลยถามกราวนด์ และกราวนด์ก็ลากผู้โดยสารคนญี่ปุ่นท่านนั้นไปท้ายแถวของชั้นประหยัด ตนเลยเดินไปดูตั๋วของเขาและพบว่า คนญี่ปุ่นคือผู้โดยสารชั้นธุรกิจจริง ๆ

ความพีคบังเกิด กราวนด์ตะคอกใส่ผู้โดยสารญี่ปุ่น ทั้งที่เข้าถูกทาง พร้อมท้าทายให้คอมเพลนไปเลย

          เมื่อมาถึงงวงช้างตรงทางแยกระหว่างชั้นธุรกิจและชั้นหนึ่งที่ไปทางซ้าย และชั้นประหยัด ที่ไปทางขวา ก็มีกราวนด์คนหนึ่งที่ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อวรางคณา โบกมือให้ทุกคนเข้าเกตตรงชั้นประหยัดทั้งหมด เจ้าของเรื่องเป็นผู้โดยสารชั้นธุรกิจก็แสดงตัวว่าจะเข้าไปทางประตูของชั้นธุรกิจ แต่กราวนด์วรางคณากลับแสดงสีหน้าไม่พอใจและโบกมือไปเรื่อย ๆ จนตนต้องถามครั้งที่ 2 และได้รับคำพูดกึ่งตะคอกพร้อมกับชักสีหน้ากลับมาว่า “ไปถามข้างหน้าเลยค่ะ เขาให้เข้าทางนี้หมดทุกคน”

          ด้านคนญี่ปุ่นที่มีปัญหาก่อนหน้านี้ได้เดินเข้ามาพอดี
และกำลังเดินไปยังทางเข้าชั้นธุรกิจ แต่กลับโดนกราวนด์วรางคณาขึ้นเสียงใส่จนสะดุ้ง ตนจึงต้องเดินไปบอกว่า “คุณ ไม่มีใครผิดอะไรนะ เพราะป้ายมันบอกแบบนั้น ใครจะไปรู้” ซึ่งกราวนด์วรางคณาก็กลอกตาและยิ้มมุมปากและบอกว่า “ไปคอมเพลนเลยค่ะ หนูท้า” จนตนชาไปทั้งตัว
ไม่คิดว่ากราวนด์สายการบินดังที่ชาวต่างชาติและชาวไทยต้องเจอก่อนขึ้นเครื่องบินจะเป็นแบบนี้
ตนจึงได้แต่บอกเขาว่า ไม่ควรทำแบบนี้ใส่ผู้โดยสาร
แต่กราวนด์กลับทำหนักกว่าเดิม และท้าให้คอมเพลน
จนตนต้องยอมเดินเข้าทางประตูของผู้โดยสารชั้นประหยัด
แล้วค่อยย้อนขึ้นไปนั่งที่ชั้นธุรกิจ

          จากนั้น
ตนก็ได้ไปบอกกับผู้ชายที่เป็นหัวหน้าไฟลต์ ทำให้ทราบว่ากราวนด์คนนั้นชื่อวรางคณา จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับคำขอโทษใด ๆ
จากสายการบิน

ขากลับก็พีคอีก พบเก้าอี้เอนไม่ได้ แอร์ฯ ต้องมาย้ายไปนั่งที่ใหม่ สาธิตความปลอดภัยเหมือนเครื่องบินโลว์คอสต์

          จนวันที่
15 ธันวาคม ตนเดินทางกลับเมืองไทยจากกรุงโอซากา
แต่ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับพบว่า แอร์โฮสเตสต้องมาสาธิตความปลอดภัยบนเครื่อง
คล้ายกับสายการบินโลว์คอสต์
ซึ่งปกติแล้วจะต้องให้ผู้โดยสารชมวิดีโอสาธิตความปลอดภัยกับจอ
ตนก็เริ่มเอะใจแล้วว่าต้องมีอะไรเสียแน่ ๆ แต่ก็แอบคิดว่าคงไม่ซวยซ้ำซ้อน
เพราะตอนมาก็มีปัญหากับกราวนด์ไปแล้ว

          จนกระทั่งเครื่องขึ้นถึงทำให้รู้ว่า
เก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่มันเสีย ไม่สามารถกดเพื่อปรับเบาะได้
แต่โชคดีที่ไฟลต์นี้ชั้นธุรกิจคนไม่เต็ม ตนเลยย้ายไปนั่งอีกที่
และอีกไม่นานภรรยาก็ต้องย้ายที่นั่งเหมือนกัน เพราะเก้าอี้ภรรยาก็เสีย
ทั้งที่เครื่องบินค่อนข้างใหม่

          การเดินทางทั้งหมดจบลงพร้อมกับประสบการณ์ที่แย่มากกับสายการบิน
เมื่อต้นปีตนจ่ายเงิน 150,000 บาทนั่งเครื่องไปฮอกไกโด
ก็พบว่าเก้าอี้เสียเช่นกัน และกราวนด์บอกว่าจะได้รับเงินคืน 3,000 บาท
และต้องย้ายไปนั่งที่ชั้นประหยัดทุกครั้งที่มีสัญญาณเตือนให้รัดเข็มขัด
รวมถึงตอนเครื่องขึ้นและลง แต่ขอบคุณกราวนด์ที่ชื่อว่าคุณอรุณรัตน์
ที่ได้จัดการจนนาทีสุดท้ายให้ตนได้เปลี่ยนที่นั่ง

          หรือพบอีกว่าเมื่อเดือนที่แล้วตนซื้อตั๋วชั้นธุรกิจไปฮานอยราคากว่า
40,000 บาท แต่ตั๋วชั้นประหยัดราคาหลักพัน
แต่เครื่องบินที่ใช้กลับไม่มีชั้นธุรกิจ
ผู้โดยสารชั้นธุรกิจจึงได้นั่งที่นั่งชั้นประหยัด
แต่แค่มีการกั้นตรงกลางและเอนหลังไม่ได้
เนื่องจากคนข้างหลังกินอาหารตลอดทั้งไฟลต์

          สุดท้าย
เขาได้บอกว่า สิ่งที่ดีคือลูกเรือของสายการบินที่ดีมาก ๆ ทุกคน
ดีกว่าเมื่อ 10-20 ปีก่อนเสียอีก
เพราะอย่างน้อยก็เข้าใจว่าพนักงานต้องการให้สายการบินไปรอดจริง ๆ
ต่างจากกราวนด์ที่อาจยังไม่เข้าใจ และการที่ใส่ชุดของสายการบินมาทำงาน
ทำให้คิดว่าตัวเองสามารถชักสีหน้าและตะคอกใส่ผู้โดยสารทั้งไทยและต่างชาติได้

ผู้โดยสาร โดนเจ้าหน้าที่สายการบินแห่งชาติ ด่า





Source link

Leave a Reply