พิธา โทรศัพท์คุยทูตอิสราเอล ช่วยเหลือแรงงานไทย งานนี้เสียงแตก คนตีกันใช่หน้าที่ไหม มีทั้งคนที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน
จากกรณีที่อิสราเอลและกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ เปิดฉากโจมตีใส่กัน มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 200 คนและบาดเจ็บเกิน 1,000 คน แต่สิ่งที่น่าหวาดหวั่นคือ มีการจับกุมตัวแรงงานไทยที่ทำงานในอิสราเอลเป็นตัวประกันด้วย ซึ่งทางรัฐบาลไทยก็สั่งการให้เร่งตรวจสอบดูแลแรงงานอย่างใกล้ชิด
อ่านข่าว : คนไทยโดนจับ เป็นตัวประกันโดยกลุ่มฮามาส อิสราเอล-ปาเลสไตน์ วอนช่วยสามีโดนจับติดต่อไม่ได้
ล่าสุด วันที่ 8 ตุลาคม 2566 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ผมเพิ่งวางสายโทรศัพท์จากการพูดคุยกับท่านทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย
และ พี่น้องแรงงานคนไทยในอิสราเอล จากการประสานของปีกแรงงานพรรคก้าวไกล
ได้ทราบมาว่าสถานการณ์มีความรุนแรงต่อเนื่อง และ ได้รับคำขอร้องว่า
ครอบครัวของแรงงานที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย
ไม่สามารถติดต่อญาติที่อิสราเอลได้ และกำลังตกอยู่ในความกังวลอย่างมาก
หากท่านมีญาติไปทำงานที่อิสราเอล และบัดนี้ยังติดต่อไม่ได้
ท่านสามารถระบุชื่อของบุคคล เมืองที่พำนัก มาที่ email :
pita@moveforwardparty.org เพื่อรวบรวมเป็น database ประสานงานกับ
สถานทูตอิสราเอล และ/หรือส่งมอบต่อกระทรวงต่างประเทศต่อไปได้
สุดท้ายขอเป็นกำลังใจและสนับสนุนรํฐบาลและข้าราชการไทยในการคลี่คลายวิกฤตในครั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวไทยในอิสราเอลครับ”
ชาวเน็ตเสียงแตก ใช่หน้าที่ไหม
หลังจากนายพิธาโพสต์ ก็มีคนที่ไม่เห็นด้วย มองว่า นายพิธาไม่มีมารยาท
ไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่มีอำนาจอะไรที่จะสั่งการ
จึงไม่สมควรที่จะไปคุยกับทูตอิสราเอล
และตอนนี้กำลังถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่อยู่ พรรคก้าวไกลอาจถูกยุบ
ควรตื่นจากความฝัน เลิกทำตัวเป็นพระเอกลิเกได้แล้ว
ขณะที่นายพายุ เนื่องจำนงค์ แสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ @payunerng ว่า
ในฐานะที่เคยทำงานด้านนี้มาก่อน การที่ทูตอิสราเอลรับสายของนายพิธา
เป็นเพราะมารยาททางการทูต
แต่ในความจริงทูตไม่มีเหตุที่จะต้องโทรศัพท์หาอดีตหัวหน้าพรรคการเมืองที่ไม่มีตำแหน่งในปัจจุบัน
คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบคือคนในกระทรวงต่างประเทศมากกว่าที่ต้องหารือด้วย
ส่วนเรื่องการติดต่อแรงงานไทย ควรเป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงาน
ประสานกับทางนายกฯ ไม่ใช่หน้าที่ของอดีต กมธ.
แรงงานที่จะประสานแทนกระทรวงที่รับผิดชอบแรงงานไทย
สุดท้ายแล้ว ตอนนี้คือช่วงวิกฤตที่คนเสียชีวิตจำนวนมาก
รัฐบาลไทยต้องช่วยเหลือคนเหล่านั้น และกำลังบริหารจัดการแก้ปัญหากันอยู่
มันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการหาเสียงทางอ้อมจากสถานการณ์
ปล่อยให้รัฐบาลทำงานดีกว่า
ขณะที่อีกมุมหนึ่งมองว่า
ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต ไม่ควรมาแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน
ใครช่วยอะไรได้ก็ช่วย ไม่จำเป็นต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว
