
พบหลักฐานชัดในห้องน้ำ คนร้ายกราดยิงห้างสยามพารากอน มาห้างเพื่อก่อเหตุ พกปืนใส่กระเป๋า เปลี่ยนเสื้อผ้า ทิ้งเป้ไว้ในห้องน้ำ ด้านตำรวจที่ระงับเหตุให้การ คนร้ายมีการโทร. คุย 191 และบอกว่าพร้อมที่จะสู้
วันที่ 4 ตุลาคม 2566 จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่คนร้ายวัย 14 ปี บุกเข้าไปก่อเหตุกราดยิงในห้างสยามพารากอน จนมีผู้เสียชีวิต 2 คน ซึ่งล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายได้ซื้อปืนมาจากออนไลน์ และมีการดัดแปลงแบลงก์กันจนสามารถใช้กระสุนและยิงได้จริง
อ่านเพิ่มเติม คนร้ายยิงพารากอน เผยซื้อปืนมาจากไหน ดัดแปลงแบลงก์กันใช้กับกระสุนจริง ค้นบ้านเจอหลักฐานอึ้ง
ทั้งนี้ ทวิตเตอร์ @joe_black317 รายงานว่า ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายวัย 14 ปี ที่ก่อเหตุกราดยิงในห้างสยามพารากอน ได้เตรียมการมาเพื่อก่อเหตุในครั้งนี้ โดยที่ผู้ก่อเหตุได้นำอาวุธปืน กระสุน แม็กกาซีน ใส่เป้สะพายลงมาจากรถไฟฟ้า จากนั้นก็เข้าไปในห้องน้ำชั้น M และทำการเปลี่ยนเสื้อผ้า สวมหมวก สวมถุงมือ ใส่หน้ากากอนามัยเพื่อปิดบังใบหน้า และหยิบปืนออกมาจากกระเป๋า พร้อมกับทิ้งกระเป๋าเอาไว้ในห้องน้ำ และเริ่มไล่ยิงคนจากชั้น M ขึ้นสู่ชั้น 3 ทันที
ในขณะที่ตำรวจได้แจ้งข้อหากับผู้ก่อเหตุวัย 14 ปี ดังนี้
1.ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
2.พยายามฆ่า
3.มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
4.พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
5.ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
และตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าผู้ปกครองจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กด้วยหรือไม่
ในขณะที่เรื่องเล่าเช้านี้ ได้สัมภาษณ์ ร.ต.อ. ธัญอมร หนนารถ รอง สวป.สน.ปทุมวัน 1 ใน 3 คนที่เข้าไประงับเหตุ ที่ได้เล่ากับนักข่าวว่า หลังจากที่ตนรับแจ้งก็ได้ไปยังจุดเกิดเหตุ และเดินสำรวจตั้งแต่ชั้น 1 ขึ้นไป และฟังวิทยุสื่อสารไปด้วย แต่ตำแหน่งของคนร้ายยังไม่นิ่ง และมั่วกันไปหมด หาจุดที่ชัดเจนไม่ได้ หลังจากนั้นก็มีเสียงปืนดัง และได้รับแจ้งว่าคนร้ายอยู่ชั้น 3 ในร้านเฟอร์นิเจอร์
อย่างไรก็ตาม ที่ชั้น 3 มีร้านขายเฟอร์นิเจอร์กว่า 20 ร้าน ร.ต.อ. ธัญอมร จึงต้องค่อย ๆ สกรีนพื้นที่ และ ส.ต.ท. กร ศรีพรหม ผบ.หมู่ ป. สน.สำราญราษฎร์ และ ส.ต.ท. นันทนัช สุธรรม ผบ.หมู่ ป. สน.สำราญราษฎร์ ก็มาระงับเหตุ จึงให้ ส.ต.ท. กร และ ส.ต.ท. นันทนัช มาช่วยเดินนำ และ ร.ต.อ. ธัญอมร ก็สกรีนไปทีละร้าน จนเห็นร้านเฟอร์นิเจอร์ร้านหนึ่งผิดสังเกตตรงที่มีกระจกแตกเป็นรูเท่าลูกมะพร้าว จึงเริ่มเข้าไปหาเป้าหมาย ในตอนแรกตนคิดว่าถ้าไม่มีคนเจ็บ ก็ต้องมีคนร้าย จึงเคลื่อนที่ตามรูปแบบที่ฝึกมา จนเมื่อเข้าไปใกล้และเห็นตรงสุดห้อง ก็พบว่ามีลักษณะคล้ายหุ่นคนยืนอยู่ แต่เมื่อมองเข้าไปก็พบว่าคนที่ยืนอยู่นั้นรูปพรรณคล้ายกับคนร้าย ใส่เสื้อดำ กางเกงเขียว ตำรวจจึงบอกให้วางอาวุธ ตอนแรกคนร้ายนิ่ง เหมือนจะสู้ และยืนจ้องมาที่ตนและตนก็ยกปืนขึ้นเล็ง กลัวว่าหากคนร้ายยิงสวนมาก็ต้องหยุด แต่คนร้ายอาจจะเห็นตนมีอาวุธปืนยาว คนร้ายจึงโยนปืนลง และยอมมอบตัว ตนบอกให้คนร้ายกลับหลังหันเข้าฝาผนัง และเดินถอยมาเรื่อย ๆ จนถึงกลางห้อง และสั่งให้คนร้ายคุกเข่า เพื่อจับกุม
จากนั้น ตนก็เข้าไปถามคนร้ายว่าเอาปืนไว้ที่ไหน เพราะกลัวว่าจะมีปืนกระบอกอื่นอีก แต่เขาบอกว่าไม่มีแล้ว ตนบอก ส.ต.ท. กร และ ส.ต.ท. นันทนัช คนว่าอย่าเพิ่งเข้ามา จากนั้นจึงตัดสินใจใช้เท้าถีบกระจกให้แตก และใช้ด้ามปืนกระทุ้งกระจก จากนั้นก็สั่งว่าให้คนนี้เข้าไปคุมตัว อีกคนเข้าไปเคลียร์ปืน
อย่างไรก็ตาม เขามีความชั่งใจว่าสู่หรือไม่สู้ และเขาก็ต่อสายคุยกับศูนย์วิทยุผ่านฟ้า 191 ว่าเขาพร้อมสู้ เขาเห็นว่าใครไม่รู้มาอยู่หน้าร้านเต็มไปหมด จะยิงเขา ไม่อย่างนั้นเขาจะยิงตัวตาย เขามีความวิตกกังวล ไม่รับรู้
