
พ่อน้องเตย เผยเหตุผลไม่ได้ส่งเงินให้ลูกกับย่า
มีภาระต้องผ่อนรถ จ่ายค่าเช่าบ้าน มีเงินแบบเดือนชนเดือน
สัญญาจะไม่ยุ่งกับเงินบริจาค วอนสังคมเข้าใจ รักลูกแต่เงินไม่พอส่งให้จริง ๆ
ใช้ชีวิตอยู่กับคุณย่าตาบอดตามลำพังที่ จ.บุรีรัมย์
โดยครูอุ้มได้โพสต์คลิปความเป็นอยู่ของย่าหลานจากการไปเยี่ยมบ้านนักเรียน
พบความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก
น้องเตยทำงานทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือคุณย่าที่ตาบอด
หลังกลายเป็นข่าวก็มีผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือเป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท
และมีผู้ใจบุญเสนอจะช่วยเหลือส่งเสียน้องเตยเรียนจนจบปริญญาตรี
แต่ก็เงียบหายไป ก่อนผู้ประกาศข่าวชื่อดัง สรยุทธ สุทัศนะจินดา
จะประกาศกลางรายการ เรื่องเล่าเช้านี้
ว่าจะขอส่งเสียน้องเตยให้เรียนหนังสือจนจบปริญญาเอกนั้น
ล่าสุด (14 มิถุนายน 2566) เดลินิวส์ รายงานว่า นายศักดิ์สยาม
(สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี พ่อของน้องเตย เปิดเผยว่า
ปัจจุบันตนทำงานอยู่ในบริษัทผลิตยางรถยนต์แห่งหนึ่งในนิคมอมตะซิตี้
อ.ปลวกแดง จ.ระยอง โดยแม่ของน้องเตยก็ทำงานและพักอาศัยอยู่ด้วยกัน
จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวออกไปว่าพ่อแม่ไม่เคยกลับไปเยี่ยมลูกสาวและย่าเลย
ความจริงตนและภรรยาเพิ่งเดินทางกลับไปหาน้องเตยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566
ในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา
พ่อน้องเตยยอมรับไม่ได้ส่งเงินให้ เพราะมีภาระต้องผ่อนรถ – เช่าบ้าน
ส่วนเรื่องการส่งเงิน พ่อน้องเตย ยอมรับว่า ไม่ได้ส่งเงินไปช่วยเหลือเลย เพราะมีภาระทั้งค่าผ่อนรถ ค่าเช่าบ้าน จึงไม่พอต่อการส่งไปช่วยเหลือ แต่ก็เตรียมจะส่งเงินไปช่วยเหลือในเดือนตุลาคมนี้ หลังผ่อนรถหมดแล้ว ได้เตรียมเดินทางกลับไปเยี่ยมน้องเตยกับย่าในเดือนสิงหาคมนี้ เพราะเป็นวันหยุดยาวในช่วงวันแม่ ที่ผ่านมาย่าจะมีเงินช่วยเหลือจากภาครัฐไว้ใช้จ่ายกันสองคน เป็นรายได้ทางเดียว
นายศักดิ์สยาม เปิดเผยอีกว่า ตนมีลูก 2 คน อีกคนให้ยายเป็นคนเลี้ยง ส่วนน้องเตยให้ย่าเป็นคนช่วยเลี้ยงตั้งแต่อายุ 8 เดือน จนถึงปัจจุบัน เพราะตนและภรรยาต้องเดินทางมาทำงานที่ จ.ระยอง ดีใจที่ลูกสาวได้รับความช่วยเหลือ พร้อมทั้งขอขอบคุณ คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ที่เสนอตัวขอเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการส่งน้องเตยเรียนเท่าที่เรียนไหว รวมถึงขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การช่วยเหลือลูกสาวและย่า
พ่อและแม่น้องเตยสัญญา จะไม่ยุ่งกับเงินบริจาค
นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ตนกับภรรยาขอสัญญาว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับยอดเงินบริจาคทั้งหมด แค่เห็นแม่และลูกสาวมีคนช่วยเหลือแค่นี้ก็ดีใจแล้ว โดยเฉพาะน้องเตยที่จะได้เรียนสูง ๆ ส่วนตนกับภรรยาก็จะขอทำงานอยู่ที่ จ.ระยอง ต่อไป จึงวอนขอให้สังคมเข้าใจด้วย เพราะรายได้ไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถส่งเงินไปให้น้องเตยและแม่ได้ ตนและภรรยาก็เหมือนกับพ่อแม่ทุกคนที่ต้องรักและเป็นห่วงลูกอยู่แล้ว แต่ด้วยความยากจน เงินเดือนที่ได้ก็แค่มีใช้เพียงเดือนชนเดือนเท่านั้น จึงขอให้สังคมเข้าใจด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์
