นาทีชุลมุน ทนายอนันต์ชัย เปิดศึก ร้านค้านับ 100 ปมขายของรุกที่วัดพระธาตุพนม
นาทีชุลมุน ทนายอนันต์ชัย เปิดศึก ร้านค้านับ 100 ปมขายของรุกที่วัดพระธาตุพนม



          นาทีชุลมุน ทนายอนันต์ชัย เปิดศึก พ่อค้าแม่ค้าขายดอกไม้และลอตเตอรี่กว่า 100 คน หลังเดินหน้าแจ้งจับ บุกรุกที่ธรณีสงฆ์วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ขวางการขึ้นมรดกโลก แฉมีนักการเมืองท้องถิ่นคอยหนุนหลัง


          จากกรณีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าขายดอกไหม้และลอตเตอรี่ บริเวณหน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ออกมาขอความเป็นธรรม อ้างว่าถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ค้าขายที่เคยทำกินมานานกว่า 10-20 ปี กระทั่งคณะกรรมการวัดพระธาตุพนมฯ มีมติให้จัดระเบียบการวางแผงขายให้เป็นไปตามกฎของวัด เพื่อผลักดันให้เข้าสู่มรดกโลก

          ทว่า กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าไม่ยอมประกาศจุดยืนที่จะปักหลักขายอยู่ที่เดิม ทำให้ประชาชนที่จะเข้ามาสักการะองค์พระธาตุพนมเกิดความยากลำบากที่จะเข้าไปสักการะ อีกทั้งสร้างความลำบากให้กับพระภิกษุ สามเณร ที่จะปฏิบัติกิจของสงฆ์ อันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญเป็นอย่างมาก
          ต่อมาโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิป ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช
ทนายกองทัพธรรม ในฐานะไวยาวัจกรวัดฯ
ประธานดูแลผลประโยชน์วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
ปะทะคารมโต้เถียงกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหน้าวัด
หลังลงพื้นที่เพื่อจัดระเบียบแต่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่ยินยอม
รวมกลุ่มกันโห่ร้องตะโกนด่าแถมยังขัดขืนด้วยการยกแผงขายดอกไม้มาวางขวางทางเข้าประตูวัด


          ล่าสุด (2 พฤษภาคม 2566) แนวหน้า รายงานว่า
ทนายอนันต์ชัยได้แจ้งความดำเนินคดีกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากลุ่มดังกล่าวกว่า
100 ราย ฐานความผิดบุกรุกที่ธรณีสงฆ์เป็นหลัก
และไม่ทำตามระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนา พร้อมยืนยันว่า
พื้นที่บริเวณหน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
เป็นพื้นที่ธรณีสงฆ์จะต้องเป็นไปตามระเบียบวัด
และจะต้องไม่ขัดต่อระเบียบการค้าขายของวัด

         
เนื่องจากมีกลุ่มคนบางกลุ่มได้ป้อนข้อมูลผิด ๆ ให้แก่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า
อ้างว่าถนนหน้าวัดเป็นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 212 (ชยางกูร)
ไม่ใช่ทรัพย์สินของวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร โดยอ้างมีหนังสือของแขวงทางหลวง
พร้อมยุให้พ่อค้าแม่ขายปักหลักขายของอย่าย้ายตามมติคณะกรรมการ

         
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก ปรากฏว่า
เรื่องนี้มีผลประโยชน์ทางการเมืองรวมถึงกลุ่มที่มีส่วนได้ส่วนเสียชักใยอยู่เบื้องหลัง
โดยมีเป้าหมายคัดค้านการผลักดันองค์พระธาตุพนมสู่มรดกโลก
เนื่องจากต้องการแอบแฝงผลประโยชน์จากทางวัด
เพราะมีรายได้จากประชาชนและนักท่องเที่ยวมานานหลายปี
คาดว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่น

         
อย่างไรก็ตาม ทนายอนันต์ชัย ได้นำเอกสารหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินของวัดรวม 153
ไร่ ยืนยันว่ามีเนื้อที่ครอบคลุมถึงประตูโขงโบราณ
รวมถึงถนนหน้าวัดด้วยที่เป็นธรณีสงฆ์ไม่สามารถมอบหรือโอนให้หน่วยงานใดได้
และการสร้างถนนเข้ามาในพื้นที่วัด เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
ใช้สัญจรไป-มาสะดวก
แต่กลับมีนักการเมืองท้องถิ่นบางคนใช้ประโยชน์ในทางการเมือง
ยุยงพ่อค้าแม่ค้าฝ่าฝืนมติกรรมการ
รวมถึงขัดขวางการผลักดันองค์พระธาตุพนมสู่มรดกโลกอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ทนาย อนันต์ชัย ไชยเดช, แนวหน้า





Source link

Leave a Reply