ตำรวจแจงดราม่า ณัฐพล ฆ่าข่มขืน น้องอ้อม เซลส์สาว ทั้งที่มีคดีอนาจารเด็กสาว เผยคนร้ายมอบตัววันหยุด ต่อเหตุขณะอยู่ในกระบวนการกฎหมาย
จากกรณี นายณัฐพล ก่อเหตุฆ่า น.ส.อ้อม อายุ 36 ปี เซลส์ขายรถแห่งหนึ่งในโชว์รูมที่ถนนเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด ซึ่งกรณีนี้กลายเป็นที่วิจารณ์ของสังคม เนื่องจากผู้ต้องหามีประวัติคดีนี้มาแล้ว และเพิ่งจะก่อเหตุล่วงละเมิดหญิงสาววัย 18 ปี ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ไปเมื่อ 19 วันก่อนจะลงมือฆ่า น.ส.อ้อม
หลังจากนั้น นายณัฐพล ออกมาประกอบอาชีพขับรถส่งของ และมาอาศัยอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้แล้วยังพบประวัติคดีต่าง ๆ ทั้งคดีท้องที่ อ.ฝาง, คดีทำร้ายร่างกายท้องที่ ต.ช้างเผือก, คดีข่มขืนกระทำชำเรา และล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุคดีอนาจาร ในท้องที่ อ.ดอยสะเก็ด โดยมีพฤติกรรมขับรถกระบะตู้ทึบคันที่ใช้ก่อเหตุล่าสุด ไปจอดซื้อนมกับหญิงสาววัย 18 ปีในพื้นที่ อ.สันกำแพง ก่อนออกอุบายว่ารถเสีย และขอให้หญิงสาวขึ้นไปฝั่งคนขับเพื่อช่วยสตาร์ตรถ ก่อนจะใช้มีดจี้บังคับขับรถออกไป
ขณะที่ขับรถไประหว่างทาง นายณัฐพล ได้ใช้มีดจี้บังคับให้หญิงสาวใช้ปากสำเร็จความไคร่จนสำเร็จ 1 ครั้ง หลังจากนั้นก็ออกอุบายพาหญิงไปกินกาแฟในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด หลังจากนั้นขับรถไปส่งของให้กับแม่ชีในสำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งใน อ.ดอยสะเก็ด และตอนค่ำได้พาขึ้นไปบริเวณสันเขื่อนแม่กวง อ.ดอยสะเก็ด และบังคับให้สำเร็จความใคร่ด้วยปากอีกครั้ง ก่อนที่จะพาขับรถมาตามทาง ขณะนั้นเองหญิงผู้เสียหายอ้างปวดปัสสาวะ จึงได้แวะที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่ง ขณะนั้นเองผู้ต้องหาได้ขับรถหนีโดยทิ้งผู้เสียหายไว้ หลังจากนั้นผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแกะรอยจากเบอร์มือถือคนร้าย ก่อนติดตามทราบเจ้าของรถคือพ่อของผู้ต้องหา
จนวันที่ 17 เมษายน ซึ่งตรงกับช่วงวันหยุดยาว ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว ซึ่งตรงกับวันหยุด ศาลก็ปิดทำการ ตามกฏหมายจึงต้องแจ้งข้อกล่าวหาและปล่อยตัวไปก่อน ที่จะมีการนัดผู้ต้องหาและทนายความมาพบอีกครั้งในวันที่ 5 พฤษภาคม 2566 ที่จะถึงนี้ โดยช่วงนี้อยู่ในช่วงดำเนินคดีของตำรวจทั้งรอผลการตรวจร่ายกายของผู้เสียหาย และรวมรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดี แต่ผู้ต้องหาก็มาก่อเหตุสลดใจกับเซลส์จำหน่ายรถยนต์เสียก่อน
ตอนนี้หลายฝ่ายต่างวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็อยากให้เข้าใจเห็นใจข้อกฎหมาย และให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ยืนยันตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจหรือปล่อยเกียร์ว่างในการทำงานจนเป็นต้นเหตุให้คนร้ายมาก่อเหตุสลด
ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่อง 3
