คู่รักแต่งงาน 7 ปีไม่มีลูก ลุยปั๊มเบบี๋จริงจัง จัดเซ็กส์ถี่ 29 รอบใน 7 วัน อึ้งผลยิ่งตรงข้าม
คู่รักแต่งงาน 7 ปีไม่มีลูก ลุยปั๊มเบบี๋จริงจัง จัดเซ็กส์ถี่ 29 รอบใน 7 วัน อึ้งผลยิ่งตรงข้าม



         คู่รักแต่งงานมา 7 ปีไม่มีลูก ลุยปั๊มทายาทจริงจัง จัดเซ็กส์ถี่ 29
รอบใน 7 วัน คนตะลึงจะเหนื่อยไปไหม แถมหมอยังส่ายหน้า บอกจะมีลูกได้ไหม
ไม่เกี่ยวกับจำนวนครั้ง

มีลูกยาก
         ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คู่สามีภรรยาอยากมีทายาทเป็นโซ่ทองคล้องใจ
ดังนั้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คุณสามีหลาย ๆ
คนจึงตัดสินใจที่จะขยันทำการบ้านให้บ่อยขึ้น
หวังเพิ่มโอกาสให้การตั้งครรภ์ของภรรยา

         อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่
16 พฤศจิกายน 2565 เว็บไซต์ CTWANT
มีรายงานกรณีของสามีภรรยาคู่หนึ่งในประเทศจีน ที่แต่งงานกันมานานถึง 7
ปีแล้วก็ยังไม่มีวี่แววข่าวดี ด้วยเหตุนั้นทั้งคู่จึงตัดสินใจ
เพิ่มรอบความถี่ในการมีเซ็กส์กัน ชนิดที่ว่าจัดหนักจัดเต็ม
โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การทำให้คุณภรรยาตั้งครรภ์ให้ได้

         โดยฝ่ายภรรยาเผยว่า เธอกับสามีแต่งงานกันมานาน 7 ปีแล้วยังไม่มีลูก ก่อนหน้านี้เธอกับเขาก็มีกิจกรรมบนเตียงกันวันละครั้ง หรืออย่างมากก็ 2 ครั้ง แต่ล่าสุดเธอกับสามีตัดสินใจจะเพิ่มความถี่ โดยในช่วงตกไข่ของเดือนที่ผ่านมา เธอกับเขาจัดเซ็กส์กันไปถึง 29 ครั้งใน 7 วัน เพราะหวังว่าจะช่วยให้มีเบบี๋ได้

         อย่างไรก็ตาม ใครจะคิดว่าเมื่อคุณหมอได้ทราบถึงเรื่องนี้กลับส่ายหน้า โดย ดร.สวีเชา ระบุผ่านโพสต์บนเว่ยป๋อว่า จากการคำนวณแล้ว การที่คู่รักจะมีเพศสัมพันธ์กันถึง 29 รอบ ใน 7 วัน นั่นหมายถึงพวกเขาต้องทำกันเฉลี่ยวันละ 4 ครั้ง ซึ่งนับเป็นความถี่ที่มากเกินไป แถมการมีอะไรกันถี่เกินไป ยังอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนของสเปิร์มของฝ่ายชาย และยิ่งลดโอกาสในการตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ

         ทั้งนี้ คุณหมอชี้ว่า ปกติการมีเพศสัมพันธ์กันเป็นประจำ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอแล้ว โดยโอกาสในการตั้งครรภ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งในการมีเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว หากผ่านมา 7 ปีแล้วยังไม่มีลูก เขาแนะนำให้คู่สามีภรรยาไปตรวจที่โรงพยาบาล
 
         ด้านชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ต่อเรื่องนี้ มองว่าจำนวนครั้งเท่านั้นมันออกจะเยอะเกินไป และชี้ว่าการวางแผนครอบครัวแบบเหมือนเป็นหน้าที่ที่ต้องมีลูกนั้น ดูจะเหนื่อยเกินไป บางคนยังมองว่าคู่รักน่าจะตกอยู่ในความเครียดไม่ใช่น้อย ในการเตรียมตัวเพื่อตั้งครรภ์

         ติดตามอ่าน ข่าวต่างประเทศ ที่น่าสนใจได้ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก CTWANT





Source link

Leave a Reply