In Thailand

หนุ่มจะลาออก ต้องรับบทคนสัมภาษณ์งาน จะถูกฟ้องไหม ถ้าส่งซิกให้เด็กใหม่ หนีไป ?

หนุ่มจะลาออก ต้องรับบทคนสัมภาษณ์งาน จะถูกฟ้องไหม ถ้าส่งซิกให้เด็กใหม่ หนีไป ?
Written by Thailand News


          หนุ่มตั้งกระทู้ถาม ต้องรับบทเป็นคนสัมภาษณ์งาน เนื่องจากกำลังจะลาออก สงสัยถ้าส่งซิกให้เด็กใหม่หนีไป จะถูกบริษัทฟ้องไหม เพราะเหตุผลที่ลาออกเพราะรับงาน บรรยากาศ และหัวหน้า ไม่ได้ฟ

หนุ่มจะลาออก ต้องรับบทคนสัมภาษณ์งาน

          กำลังเป็นกระทู้ที่คนให้ความสนใจเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก (10 กันยายน 2565) กรณีหนุ่มรายหนึ่งตั้งกระทู้สอบถามผ่านเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ว่า หากตนเองกำลังจะลาออกจากงาน แต่ได้รับหน้าที่เป็นผู้สัมภาษณ์งานคนที่จะเข้ามาใหม่ มาทำงานตำแหน่งแทนตัวเอง สงสัยว่าสามารถสางซิกแนล หรือสัญญาณ เพื่อบอกคนที่มาสัมภาษณ์งานใหม่รู้ได้หรือไม่ ให้หนีไป หากเหตุผลหลัก ๆ ที่ลาออกคือ รับไม่ได้กับตัวเนื้องาน, บรรยากาศ, คนที่ติดต่อด้วย หรือ หัวหน้า คุณก็เลยรู้ว่าคนใหม่ที่เข้ามาจะเจอะไรบ้าง

          โดยเจ้าของกระทู้ติดใจว่า เราสามารถทำได้หรือไม่ ทั้งวิธีการบอกตรง ๆ เพราะเห็นแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ในกรณีที่ตนเองเป็นคนสัมภาษณ์คนเดียว หรือบอกอ้อม ๆ หากมีคนอื่นอยู่ในห้องสัมภาษณ์ด้วย เช่นไม่พูดตรง ๆ แต่พยายามพูดอธิบายส่วนที่น่าปวดหัว งาน เพื่อนร่วมงาน หรือ หัวหน้าที่ต้องเจอ หรือไม่บอกเลย เพราะผู้สมัครอาจจะรับสิ่งที่เรารับไม่ได้ก็ได้ และหากบอกไปแล้วถูกจับได้จะถูกบริษัทฟ้องร้องหรือไม่

โซเชียลยันไม่ควรพูด แต่หากอยากช่วยแนะควรบอกอ้อม ๆ ด้วยวิธีนี้…

         
ทั้งนี้ หลังกระทู้ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปก็มีคนเข้ามาตอบคำถามจำนวนมาก
ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าความคิดของเจ้าของกระทู้ดูไม่เป็นผู้ใหญ่ ควรพูดให้กลาง ๆ
เพราะถ้าพูดมากเกินไปจะดูเหมือนนินทาบริษัทให้คนภายนอกฟัง
อาจทำให้ผู้สมัครเกิดอคติและมองบริษัทของเราในแง่ลบตั้งแต่ยังไม่ได้ทำงาน
ควรบอกแค่เนื้องาน หรืออุปสรรค์ที่เกี่ยวกับงานเท่านั้น
ไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวมาบอก เพราะสิ่งที่ตัวเองรับไม่ได้
คนอื่นอาจจะรับได้ก็ได้

         
ควรแจ้งในส่วนของข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับเนื้องานโดยตรง เช่น
ข้อดีคือเป็นงานที่ท้าทาย และตรงกับสายงาน
หรือหากอยากจะบอกข้อเสียก็อาจจะบอกเป็นเรื่องของความกดดัน
และเวลาทำงานที่ต้องยืดหยุ่นสูง อาจกระทบเวลาส่วนตัว ส่วนปัญหาอื่นๆ เช่น
สภาพแวดล้อมในการทำงาน เกี่ยวกับคน
ควรใช้วิธีสมมติเหตุการณ์เพื่อถามความเห็นและวิธีแก้ปัญหาเอา
เพื่อดูทัศนคติและวุฒิภาวะ เพราะปัญหาในบางเรื่องที่ตนคิดว่ามีปัญหา
อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับคนใหม่ก็ได้

         
อย่างไรก็ดี ถ้าหากอยากจะช่วย
ก็บอกเป็นแนวทางที่คิดว่าเป็นปัญหาให้เขารับทราบไปในลักษณะการถามความคิดเห็นแล้วให้เขาตัดสินใจเองจะดีกว่าการบอกชี้นำ
เพราะทุกบริษัทมีข้อดีและข้อเสีย สิ่งที่เราคิดว่าแย่
คนอื่นอาจจะเห็นว่าเป็นข้อดีก็ได้
เอาสิ่งที่ตัวเองรับไม่ได้มาตั้งเป็นคำถามให้เขาตอบ เช่น
คุณสามารถทำงานในสภาพแวดล้อมที่กดดันได้หรือไม่ ?
สมมติว่าถ้าทำงานไปแล้วทัศนคติไม่ตรงกับหัวหน้าจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร ?
หรือถ้าเริ่มรู้สึกว่างานได้รับมาไม่ท้าทายพอ
หรือถ้ามีวิธีการทำงานที่ดีกว่าวิธีเดิม ๆ
จะสามารถริเริ่มเพื่อจะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้หรือไม่ ?
ประมาณนี้ก็ถือว่าเป็นการช่วยบอกแบบอ้อม ๆ แล้ว





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »