In Thailand

หนุ่มคลั่งรักจีบไม่ติด แค้นจัดบุกทุบรถขู่ฆ่าสาว โฟนอินโต้เดือด ตกลงใครโกหก !?

หนุ่มคลั่งรักจีบไม่ติด แค้นจัดบุกทุบรถขู่ฆ่าสาว โฟนอินโต้เดือด ตกลงใครโกหก !?
Written by Thailand News


          หนุ่มคลั่งรักจีบไม่ติด แค้นจัดบุกทุบรถขู่ฆ่าสาว โฟนอินโต้เดือดกลางโหนกระแส อ้างโดนด่าสารพัด ขอเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ตกลงใครโกหกแน่ ด่าเนรคุณคืออะไร ?

หนุ่มคลั่งรักจีบไม่ติด แค้นจัดบุกทุบรถขู่ฆ่าสาว


         หลังจากที่มีเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกผู้ชายพยายามตามจีบ แต่ไม่รับรัก และสุดท้ายเธอถูกขู่ฆ่า และยังถูกชายคนดังกล่าวเอาก้อนหินไปทุบรถจนพังเสียหาย ล่าสุด ทุกคนในเรื่องนี้ได้มานั่งพูดคุยในรายการโหนกระแสของวันนี้ (11 สิงหาคม 2565)  โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33

         เรื่องราวของผู้หญิงคนนึงที่บอกว่าเธอเดือดร้อนมากเลย เหมือนชีวิตไม่ปลอดภัยเพราะไปรู้จักกับผู้ชายคนนึง ผู้ชายคนนี้ไปนั่งทานข้าวที่ร้านของเธอแล้วตีสนิทด้วย เธอเองไม่ได้คิดอะไร แต่ผู้ชายคนนี้พยายามตามจีบเธอ เธอก็พยายามปฏิเสธมาตลอด แต่สุดท้ายมันก็มีเหตุทำให้ผู้ชายคนนี้ถึงขั้นขู่ฆ่าเธอ ตามไปถึงรถเอาก้อนหินทุบรถจนพังเสียหาย

ปุ๋ย

–  คุณปุ๋ยเป็นผู้เสียหาย เรื่องราวเกิดจากอะไรเล่าให้ฟังหน่อย

          ปุ๋ย : เราเปิดธุรกิจร้านอาหารอยู่ และและช็อปเสริมความงามอยู่และก็โปรดักส์ต่าง ๆ
แล้วคุณฟ่งก็เป็นหนึ่งในลูกค้าที่มาใช้บริการเหมือนลูกค้าทั่วไป
มาทานอาหารด้วยแต่ปุ๋ยไม่ทราบว่าเขาไปทำผมด้วยร้านด้วยไหม
อันนี้ไม่ทราบหลังจากนั้นร้านอาหารปุ๋ยเปิดวันที่ 1 ธันวาคม ปุ๋ยมี 2
สาขาค่ะ สาขาแรกที่ท่าพระ เขาก็เป็นหนึ่งในลูกค้าที่มาทานข้าวที่ร้าน
จนกระทั่งเดือนพฤษภาคม พอเข้าเดือนที่ 6 มาทานข้าวตามปกติ
เหมือนเกือบทุกวันที่ผ่านมา
 
– คือ 6 เดือนนี้เขามาตลอดเลยถูกไหม

          ปุ๋ย :
เกือบทุกวันค่ะ
 
– เราทราบไหมว่าเขามาจีบเรา

          ปุ๋ย : ไม่ทราบค่ะ แต่พนักงานทุกคนชอบถามว่า
พี่คนนี้ชอบมาทานข้าวแล้วก็มองแค่พี่ปุ๋ยตลอดเลย
เจ๊ครับทำไมคนนี้มองแต่เจ๊ตลอดเวลา
เราก็ไม่เป็นไรลูกค้าทั่วไปเราไม่คิดอะไรมาก
เราคุ้นเคยกับการมองของลูกค้าอยู่แล้ว
การทำผมเรานิ่งอยู่ใกล้ลูกค้ามากกว่านี้
หลังจากนั้นวันนั้นเขามาขอความช่วยเหลือจากเรา
ให้เราโอนค่าไฟให้แล้วเขาจะเอาเงินสดให้เรา คือโทรศัพท์เขามีปัญหา
 
– หลังจากนั้นเขามาขอจำเป็นต้องโอนเงินจ่ายค่าไฟแต่โทรศัพท์เขาเสีย แล้วเขาบอกคุณปุ๋ยว่ายังไง

          ปุ๋ย : โทรศัพท์เขามีปัญหาเนื่องจากวันนั้นปุ๋ยเอาอาหารไปเสิร์ฟให้เขาเอง ก็เลยเกิดการพูดคุยกันเรื่องนี้
 

ปุ๋ย

– ตลอดระยะเวลาไม่เคยคุยกับเขาเลยใช่ไหม

          ปุ๋ย : เราทำธุรกิจเราก็ไปเสิร์ฟอาหารเกือบทุกโต๊ะนะคะ
เราทำอาหารเองเสิร์ฟเองดูแลด้วยตนเองแต่วันนั้นบังเอิญเราไปเสิร์ฟปุ๊บ
เขาก็บอกว่ามีเรื่องรบกวนหน่อยครับ

-
บอกว่าช่วยโอนเงินให้หน่อยครับพอดีผมมีแต่เงินสดแล้วโทรศัพท์เสีย
แล้วคุณโอนให้ผมเสร็จปุ๊บเดี๋ยวผมเองจะเอาเงินสดคืนให้คุณ แล้วคุณก็ทำให้

          ปุ๋ย : ค่ะ ทำให้ค่ะ แล้วก็ขอให้เราส่งสลิปให้เขาทางไลน์ก็เลยเกิดการแลกไลน์กันเกิดขึ้น
 
– ตรงนี้เป็นจุดที่ทำให้เกิดการแลกไลน์กันขึ้นเพราะว่าตัวเขาเองใช้วิธีการนี้ถูกไหมเพราะมีการส่งสลิปกัน

          ปุ๋ย : ค่ะ หลังจากพฤษภาคมเขาก็เริ่มส่งข้อความมาชวนไปนั่นชวนไปนี่
ไปทานข้าวไปเที่ยวไหม
ซึ่งตอนนั้นเราแสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่าเราไม่ได้ชอบคุณนะ ไม่ว่างค่ะ
ไม่สะดวกนะคะ ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่มาอุดหนุนร้านในวันนี้
 
– เปิดข้อความแชต เขาส่งมาแบบนี้ “อิ่มรักครับ”

          ปุ๋ย : วันนี้เขามานั่งทานข้าวแล้วค่ะ
แล้วเขาก็พิมพ์มาหาปุ๋ยตอนที่ปุ๋ยอยู่ในครัว ตอนนี้เขานั่งอยู่หน้าร้าน
แล้วเขาก็พิมพ์มาหาปุ๋ยค่ะ เอ๊..รักใครเนอะ
ไม่เห็นเขาตอนนั้นเพราะเราอยู่ในครัวอยู่
 

แชต

– เราทำกับข้าวอยู่ออเดอร์เข้า “ปุ๋ยคิดว่าไงจ๊ะ” ปุ๋ยส่งว่า “55” อย่างนี้นะ “อยู่กับใครหรอครับผมเดาว่าปุ๋ยมีผู้ชายหลายคน”

          ปุ๋ย :
วันนี้เดือนพฤษภาคมค่ะวันที่ 20 หลังจากที่มีการโอนเงินแลกไลน์ประมาณสองอาทิตย์ ที่เขาชวนเราแต่เราปฏิเสธมาตลอด
 
– ก็คือเขาจะทักแบบนี้มาเราก็ตอบไปแบบนี้ตามมารยาท

          ปุ๋ย : ค่ะ ประโยคล่าสุดคือเราไม่พอใจเขามากค่ะ อันนี้ค่ะ “ผมเดาว่าปุ๋ยมีผู้ชายหลายคน” เราไม่พอใจแล้วประโยคนี้ปุ๋ยเลยไม่ตอบอะไรเขาอีก
 
-
อ่านข้อความแชต “ราตรีสวัสดิ์ครับ, ที่รักช่วงนี้ผมเป็นอะไรไม่รู้,
ผมเดาว่าปุ๋ยมีผู้ชายหลายคน, เมื่อคืนผมเมามากเลยพิมพ์ไปเยอะ, ขอโทษจริง ๆ
ครับ, เลอะเทอะมากผู้หญิงทั้งโลกผมไม่ต้องการ”
อันนี้คือเขาพิมพ์มาหาคุณเองคุณก็ไม่ตอบ

          ปุ๋ย : ใช่ค่ะ ปุ๋ยไม่ตอบ หลังจากนั้นวันที่ 21 มิถุนายน
คุณแม่ปุ๋ยเข้าโรงพยาบาลเข้าไปที่ร้านแล้วไม่เจอ
เขาก็เลยไปหาเบอร์โทรศัพท์ของเราจากการที่เราโพสต์รับสมัครงานมา โทร.
มาหาเราก็เลยตกใจว่ามีเบอร์ได้ยังไงเขาก็บอกว่าเขามีวิธีหามาแล้วกัน
เราก็เดี๋ยวค่อยคุยนะคะไม่สะดวกแล้วก็ตัดสายไป
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มใช้คำพูดที่รุนแรงมาโดยตลอด
 
– เขา โทร. มาใช่ไหม ?

          ปุ๋ย : ไลน์มาค่ะ ตามหลักฐานแชต
 
– ตอนแรกเขาโทร. มาแล้วคุณบอกว่าขอวางก่อนเพราะแม่ไม่สบายก็วางหูไปหลังจากนั้นเขาโทร. มาอีกไหม

          ปุ๋ย :
ไม่โทร. ค่ะ ส่งไลน์ค่ะ บอกว่าคืนนี้อยู่ไหนทำอะไรอยู่
 

แชต

-
อันนี้คุณส่งกลับไปนะ คุณส่งรูปแม่ไปให้ดูแม่คุณป่วยแล้วคุณก็บอกว่า
“ถ้าคุณไม่พอใจก็ไม่ต้องไปต่อกันค่ะ” ถูกไหม “ปุ๋ยเครียด”
อันนี้คำว่าไม่ต้องไปต่อกันหมายถึงยังไง

          ปุ๋ย : ไม่ต้องคุยอะไรกันอีกต่อไป
 
-
เสร็จปุ๊บเขาก็ส่งกลับมาหาคุณ แล้วคุณก็บอกว่า เขาบอกว่าคุณเห็นแก่ตัวหรอ
แล้วเค้าก็ถามว่าต่าง ๆ
นานาว่าแม่คุณเป็นอะไรแล้วยังไงต่อที่เป็นประเด็นคือยังไงนะ

          ปุ๋ย : เป็นประเด็นก็คือเป็นภาษาอังกฤษค่ะเขาส่งมาให้ปุ๋ยไม่เคยตอบ
 
-
อ่านแชต อันนี้คือที่คุณส่งไป
“ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องไปต่อกันค่ะปุ๋ยเครียดแม่อยู่ไอซียูนะ
ถ้าจะพิมพ์ข้อความอะไรเยอะแย่มาแบบนี้ไม่ต้องพิมพ์ค่ะ,
ตอบมาก่อนเห็นแก่ตัวคืออะไรตรงไหน” เค้าถามว่าแม่คุณเป็นอะไร “เบาหวาน
ช็อก” โอเค ก็คือมีการพูดคุยกันแบบนี้ เขาบอก “ข้อ 6
คงแทงใจดำคุณปุ๋ยคุณปุ๋ยเลยโมโห”
“เพราะปุ๋ยไม่เคยเห็นแก่ตัวกับคุณไงคุณเคยให้อะไร” อันนี้ขอโทษ
คุณปุ๋ยไม่เคยคบกับเขามาก่อนเลยหรอ

          ปุ๋ย : ไม่เคยค่ะ เขาเป็นแค่ลูกค้ามาทานข้าว
 
– อันนี้คือที่เขาส่งไปหาปุ๋ยใช่ไหม อันนี้คืออะไรผมไม่เข้าใจคุณอธิบายให้ผมฟังหน่อย

          ปุ๋ย : วันที่เขามานั่งทานข้าวที่ร้านเหมือนลูกค้าทั่วไป
เราก็ถามว่าอาหารอร่อยไหมคะ ต้องปรับปรุงตรงไหนไหมคะ
เขาก็ชวนเรานั่งดื่มเบียร์ ตามมารยาทถามลูกค้าทุกคนที่เคยมาที่ร้านค่ะ
เราเทกแคร์ดูแลดีมาก
เราก็นั่งเขาก็เลยถามเรื่องส่วนตัวเราก็เลยเล่าให้เขาฟัง แต่ข้อ 8
ปุ๋ยไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ
 

ปุ๋ย

– อันนี้คือเขาส่งมาหาคุณใช่ไหม อธิบายแบบนี้ ๆ

          ปุ๋ย : ใช่ค่ะ
ซึ่งข้อมูลบางอย่างเขาก็ถามกับพนักงานปุ๋ยด้วย
แล้วเขาก็ลิสต์ข้อความมาว่าปุ๋ยเป็นคนยังไงปุ๋ยทำอะไรอยู่เหมือนวิเคราะห์เรื่องส่วนตัวของปุ๋ยมาให้ปุ๋ยดูค่ะ

 
– แล้วหลังจากนั้นเหตุการณ์เป็นยังไงต่อ

          ปุ๋ย : ปุ๋ยไม่คุยปุ๋ยไม่ตอบแล้วเขาก็เริ่มใช้คำพูดที่รุนแรงขึ้นเรื่อย
ๆ อย่างในประโยคที่เห็นเมื่อกี้ แล้วก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
จากตอนแรกขู่ว่าจะทำร้ายเราก่อน หลังจากนั้นก็เริ่มขู่ฆ่า
หลังจากนั้นก็เริ่มส่งข้อความมาอวดโอ้เรื่องการเรียนของตัวเอง วันที่ 29
ขู่ฆ่าวันที่ 30 ทุบรถเลยค่ะ
 
-
ก่อนหน้านี้คุณเห็นไลน์ของเขาาจะมีการส่งมาขู่ฆ่าเปิดข้อความแชต
“เกาะผู้หญิงกิน คุณใส่ร้ายผมคุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีลูกผู้ชายเหยียดหยามผม”
คุณไปด่าเขาว่าอะไร

          ปุ๋ย :
ปุ๋ยด่าเขาว่าแมงดาค่ะ เพราะเขาด่าปุ๋ยมาก่อน เขาด่าปุ๋ยว่าโสเภณี
กะหรี่ขายตัว แรด แพศยา
นานเลยนะคะกว่าที่เราจะด่าเขากลับค่ะเพราะเราทนไม่ไหวแล้ว
ปุ๋ยมั่นใจเลยค่ะว่าทุกคนถ้าโดนเหมือนปุ๋ยไม่มีใครทนไหวหรอกค่ะ
ต้องมีการตอบโต้บ้างยิ่งเรายอมเค้ายิ่งด่าเราเรื่อย ๆ
หลังจากนั้นพอเขาด่ารุนแรงขึ้นเราก็เริ่มตอบโต้กลับ
พอเราตอบโต้กลับปุ๊บเขาก็ทนไม่ได้ เขาก็เดินทางไปแจ้งความจับปุ๋ย
ข้อหาด่าเขาว่าแมงดา
 
– พอเขาไปแจ้งความแล้วตำรวจว่ายังไง

          ปุ๋ย : ตำรวจบอกว่ามันไม่มีมูลเหตุนะ ตำรวจก็เลยขอไม่รับแจ้งความในตรงนี้
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเนี่ยได้ต่อสายหาปุ๋ยด้วย
เขาก็ยิ่งโมโหหนักเพราะตำรวจไม่รับแจ้งความ เริ่มส่งข้อความขู่มาทำร้าย
 
– ขู่มาทั้งหมดกี่ข้อ

          ปุ๋ย : 6 ข้อ ค่ะ
 
-
6 ข้อนี้นะ “กูกำลังคิดว่ากูจะฆ่ามึงด้วยวิธีไหน” อันนี้เขาส่งมาหาคุณนะ
“1. เอาน้ำมันราดแล้วจุดไฟเผา 2. ฆ่าหั่นศพ 3. ตัดหัวมึง 4.
เอาน้ำกรดสาดหน้ามึง 5. เอามีดจ้วงมึงแล้วควักไส้มึงออกมา 6.
เอาปืนจ่อยิงหัวกบาลมึง, เกิดมากูไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนอกตัญญู” นี่

          ปุ๋ย : ปุ๋ยเห็นข้อความนี้แล้วรู้สึกว่าปุ๋ยใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิมแล้วค่ะคือกลัวมากแทบไม่กล้าออกไปไหนเลย

 

หนุ่มคลั่งรักจีบไม่ติด แค้นจัดบุกทุบรถขู่ฆ่าสาว

– หลังจากนั้นเขาบอกว่า “เขาจะเอาเลือดหัวคุณไปล้างตีนเขา” ใช่ไหม

          ปุ๋ย : ใช่ค่ะ
 
– อันนี้คือที่เขาส่งมาหาคุณแล้วเพราะคุณได้รับคุณทำยังไงต่อ

          ปุ๋ย : ปุ๋ยไม่ตอบโต้กลับปุ๋ยคิดว่าเราให้อภัยเขา ณ
จุดนี้เราไม่อยากมีศัตรูเพราะว่าเราทำงานหลายอย่างถ้าวันหนึ่งเราเดินไปข้างนอกแล้วเรามีศัตรูเราจะอันตรายมากค่ะ
ก็เลยคิดว่าให้อภัยเขาดีกว่า ปรากฏว่าวันที่ 30 ปุ๊บเขามาทุบรถเราเลย 30
กรกฎาคม
 
– เ ปิดคลิปทุบรถ นี่คือฟ่งใช่ไหม

          ปุ๋ย : ใช่ค่ะ
เดินออกจากแท็กซี่คันนั้นมาแล้วก็มาที่ป้อมยามก่อน
ตรงนี้คือหน้าร้านอาหารปุ๋ยค่ะ ตอนนั้นคือปุ๋ยนอนอยู่ข้างในร้าน
รถสีขาวทางซ้ายรถปุ๋ย
 
– ลงมาจากรถเสร็จปุ๊บเขาไปหยิบก้อนหิน

          ปุ๋ย :
มันจะมีคลิปก่อนหน้าที่เขาปาก้อนหินออกมาจากรถด้วย
 
-
เอาอันนี้ก่อนเขาไปหยิบก้อนหินแล้วก็มาเดินชำเลืองมองว่าใช่หรือเปล่า
หลังจากนั้นก็ปาแบบนี้หลังจากนั้นก็เก็บก้อนหินและเอาไปด้วย
แต่มันจะมีจังหวะที่เขาขับรถมาและเอาก้อนหินปาก่อนหรอ


          ปุ๋ย :
ปาก่อน ประมาณ 2-3 รอบ ปากระจกข้าง แล้วเขาก็ถอยรถเข้าออก ๆๆ ประมาณ 4-5
รอบ
แล้วก็ตัดสินใจเดินลงมาเก็บก้อนหินอีกรอบหนึ่งแล้วก็อย่างที่ปรากฏในคลิปเมื่อกี้เดินมาด้านหน้าแล้วก็ปาใส่กระจกข้างหน้าเลยค่ะ
 

ปุ๋ย

– อันนี้คุณมองยังไงที่เขาพูดมาแบบนี้ (ว่าเนรคุณ)

          ปุ๋ย : ปุ๋ยไม่ได้เป็นแฟนกับเขาค่ะ
ปุ๋ยพูดได้แค่นี้เหตุการณ์ต่าง ๆ เนี่ยปุ๋ยไม่ทราบว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง
สิ่งที่เขาพูดขึ้นมาไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นค่ะพี่หนุ่ม
 
– ที่บอกว่าไปเลี้ยงเบียร์ซื้อของซื้อเสื้ออะไรให้ไม่มีนะ

          ปุ๋ย : ใช่ค่ะ
แล้วปุ๋ยมั่นใจว่าปุ๋ยทำธุรกิจปุ๋ยหาด้วยตัวเองได้
แค่นี้ปุ๋ยคิดว่าศักยภาพปุ๋ยมีมากพอที่ไม่ต้องไปขออะไรจากเขาแล้วเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยค่ะพี่
 
– ทีนี้ ณ วันนี้คุณจะเอายังไงต่อไปเพราะคุณไปแจ้งความเรียบร้อยแล้วทางฝั่งเขาติดต่อคุณมาอีกไหม

          ปุ๋ย : ไม่ติดต่อมาตั้งแต่วันที่
30 พฤษภาคม ปุ๋ยมีการส่งข้อความไปหาเขาด้วยว่ามาทุบรถเราทำไม
ทำไมต้องมาทำแบบนี้เขาก็ไม่อ่านไลน์ไม่ตอบแชต ทางพี่ตำรวจ สน. ห้วยขวาง
ก็โทร. ไปไม่รับสายค่ะ
พี่ตำรวจก็เลยบอกว่าถ้างั้นเดี๋ยวรอภาพจากกล้องวงจรปิดมานะให้ระบุชัดเจนเลยว่าเป็นตัวเขา
พอเราไปหากล้องวงจรปิดมาได้ทั้งหมดพี่ตำรวจก็ออกหมายเรียกให้ครั้งแรก
ซึ่งระหว่างออกหมายเรียกปุ๋ยไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาทำร้ายปุ๋ยอีกเมื่อไหร่ปุ๋ยออกไปร้านไม่ได้ค่ะปุ๋ยกลับบ้านไม่ได้ค่ะปุ๋ยไปไหนไม่ได้เลย
ปุ๋ยออกไปห้างยังไม่ได้เลยค่ะ
 
– ตอนนี้คุณก็หวาดกลัวไม่รู้ว่าเขาจะมาดักเราตอนไหนยังไง

          ปุ๋ย : ใช่ค่ะ
แต่ถามว่าปุ๋ยกลัวแล้วปุ๋ยสู้ไหมปุ๋ยต้องสู้
ถ้าปุ๋ยไม่สู้ปุ๋ยก็ต้องกลัวต่อตลอดชีวิตเลย
แต่ถ้าปุ๋ยสู้วันนี้ปุ๋ยไม่ต้องกลัวอะไรอีก
 
-
คุณก็ไปแจ้งความแล้วตำรวจก็ดำเนินการแล้วใช่ไหม
เห็นล่าสุดมีการเรียกชายคนนี้แต่ชายคนนี้บอกจะไปมอบตัวแต่ที่มอบตัวไม่ได้
เพราะชายคนนี้เขาบอกว่าเป็นโควิดอยู่

          ปุ๋ย : ปุ๋ยว่าเขาเลี่ยงเขาไม่อยากมาพบหน้าสังคม
น้องชายเขาคุยกับปุ๋ยบอกว่าพี่ชายผมติดโควิดอยู่นะ
เมื่อประมาณปลายเดือนเขาก็เลยไปเยี่ยมแม่เขาไม่ได้
เขาน่าจะใกล้หายจากโควิดแล้วเดี๋ยวเขาจะมาเยี่ยมแม่
ปุ๋ยโทร.หาน้องชายเขาเมื่อวานน้องชายเขาบอกว่าติดโควิดเมื่อเดือนก่อนค่ะ
 
– แต่นี่เขาบอกว่าไม่ไปมอบตัวเพราะติดโควิด คุณก็เลยคิดว่ามันไม่น่าจะใช่

          ปุ๋ย : ปุ๋ยคิดว่าไม่น่าจะใช่ค่ะ เขาเลี่ยงไม่อยากมาเพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่าเขาาเป็นคนผิดเขากลัวสังคมด้วย
 
-
ระหว่างที่พักเบรคไปปรากฏว่าคุณฟ่งโทรศัพท์เข้ามาหาทางพี่ประพาส
ผมเลยมีโอกาสได้คุยกับคุณฟ่ง
เค้าบอกว่าผมอยากพูดบ้างเพราะไปพาดพิงเขาคุณปุ๋ยอนุญาตนะ

          ปุ๋ย : อนุญาตค่ะ

– สวัสดีครับคุณฟ่ง คนที่เอาหินไปทุบรถเขาถูกต้องไหม ที่บอกว่าอยากจะชี้แจงบ้าง คุณอยากจะชี้แจงอะไร

          ฟ่ง : เรื่องมันยาวครับพี่
คือผู้หญิงคนนี้เขาบิดเบือนความจริงเขาพูดไม่หมดครับเขาพูดเฉพาะในส่วนหลายของผมแต่เขาพูดไม่หมด
100% เขาบิดเบือนความจริง
คือการที่เราจะตัดสินอะไรก็ต้องฟังความทั้งสองฝ่ายไม่ใช่ฟังความแค่ข้างเดียว
คือผมเสียเปรียบเขาทุกอย่าง ผมยอมรับว่าผมเป็นคนเอาหินไปทุบกระจกรถเขา
เป็นความจริงแน่นอน 100% แล้วผมยอมรับว่าผมพิมพ์ไปขู่ฆ่าเขา
แต่ผมทำไปเพราะความโมโห
ผมคงไม่ไปฆ่าเขาหรอกเพราะถ้าผมฆ่าเขาลูกชายเขาก็จะกลายเป็นเด็กกำพร้า
ผมคงไม่เอาอนาคตชีวิตผมและครอบครัวผมไปเสี่ยงกับผู้หญิงคนนี้นะครับ
แต่ว่าสังคมไทยเนี่ยวัฒนธรรมไทยผู้ชายทะเลาะกับผู้หญิงผู้ชายเสียเปรียบแน่นอนอยู่แล้ว
เพราะว่าสังคมผู้คนก็จะบอกว่าผู้ชายไม่เป็นสุภาพบุรุษ
ฉะนั้นผู้ชายเราเนี่ยถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ
ผมเจ้าตัวหลีกเลี่ยงไม่ไปทะเลาะกับผู้หญิงเด็ดขาด
แต่อันนี้คือผมแค้นเขาเพราะว่าเขากล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีผม
 
– คุณแค้นอะไรเขาครับ

          ฟ่ง : หลายเรื่องครับ

ผมมีหลักฐานครบแต่ผมขอพูดก่อนแล้วจะส่งหลักฐานมาให้ออกทุกช่องเพราะเขาเล่นไปประจานผมเขาไปออกข่าวหลายช่อง

ผมไม่ได้อยากดังเรื่องแบบนี้หรอกครับมันไม่ดีแต่ในเมื่อมันมาถึงที่สุดแล้วผมจะแฉความจริงทุกอย่างให้ฝั่งผมสาบานว่าผมพูดความจริงทุกคำครับ
 
– ผมขออนุญาตคุณฟ่งบอกเลยได้ไหมครับว่าอันไหนที่คุณติดใจ

          ฟ่ง :
คือผู้หญิงคนนี้เขากล่าวหาใส่ร้ายว่าผมเป็นแมงดาข้อหนึ่งเขาด่าผมว่าเป็นแมงดา
สองเกาะผู้หญิงกิน ข้อสามเป็นกะหรี่ผู้ชายขายตัวให้ผู้หญิง
ข้อสี่เขาด่าผมว่าเป็นปลิงดูดเลือด
 

หนุ่มคลั่งรักจีบไม่ติด แค้นจัดบุกทุบรถขู่ฆ่าสาว

– แล้วที่คุณแค้นเขาถึงขั้นต้องเอาหินไปปาเพราะว่าเขาไปด่าคุณแบบนี้ถูกไหม

          ฟ่ง : มันหลายเรื่องครับ เขาเนรคุณ
 
– เนรคุณ อกตัญญูเรื่องอะไร

          ฟ่ง : เขาอกตัญญูเพราะเขาด่าพ่อแท้ ๆ ตัวเองว่าเหี้ย ผมถามหน่อยว่าลูกที่ดีคนไหนในโลกด่าพ่อตัวเองว่าเหี้ย
 
– เดี๋ยวนะขออนุญาตนะพอดีรายการเป็นรายการสดคำพวกนี้อาจจะขออนุญาตพูดไม่ค่อยได้

          ฟ่ง : มันคือความจริงครับพี่หนุ่ม แล้วก็ด่าสามีเก่าตัวเองว่าเลว แล้วเขาก็เคยแต่งงานมีสามีมาแล้ว
 
– แบบนี้มันคือการประจานเขานะเดี๋ยวจะโดนหมิ่นประมาทอีกคืออันนี้มันเป็นเรื่องของเขาไง เอาแค่ที่เขาทำคุณน่ะ

          ฟ่ง : ผมไปให้สุดอยู่แล้วเพราะที่ผมพูดมันคือความจริงทุกอย่าง

– คือตัวคุณอยากจะชี้แจงว่าเขาพาดพิงคุณแต่อันนี้คุณยังไม่ได้พูดเลยว่าเขาทำอะไรคุณ

          ฟ่ง : โอเค ผมจะพูดเฉพาะสิ่งที่เขาทำกับผม เขากล่าวหาใส่ร้ายผมมันไม่ใช่ความจริงครับพี่หนุ่ม
 
– เอาง่าย ๆ ประเด็นคือเขาไม่ได้มีความชื่นชอบคุณเขาไม่ได้คิดจะคบคุณเป็นแฟนแต่คุณส่งข้อความไปตามตื๊อเขา

          ฟ่ง : โน ๆ พี่ผิดแล้วครับ สิ่งที่พี่พูดมันไม่จริงครับ เขาเคยมานอนที่คอนโดผม 5 ครั้ง

          ปุ๋ย : ไม่จริงค่ะ

          ฟ่ง : มันคือความจริงครับผมพูดความสัตย์จริงทุกตัวอักษร

– คือทางนี้เขาบอกว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริงไง คุณบอกคุณอยากจะขอชี้แจง

          ฟ่ง : ผมมีพยานหลักฐาน รปภ. ที่คอนโดผม ผมเคยเอาสติ๊กเกอร์ที่คอนโดไปให้ รปภ.
เพราะว่าเขาค้างคืนที่คอนโดผมแล้วรถเขาออกไม่ได้เพราะรถมันไม่มีสติ๊กเกอร์แล้วมันจอดเกินกี่ชั่วโมง
มันต้องเอาสติกเกอร์ไปให้ รปภ. ผมมี รปภ. มีกล้องวงจรปิดที่คอนโด
 

หนุ่มคลั่งรักจีบไม่ติด แค้นจัดบุกทุบรถขู่ฆ่าสาว

– เอาอย่างนี้ผมขอโทษนะผมพูดกลาง ๆ นะถ้าคุณสองคนจะคบกันมาก่อนหน้านี้ วันนี้มันต้องแยกย้ายกัน ฝ่ายหญิงเขาไม่ต้องการจะคบหากับคุณ

          ฟ่ง : ผมก็ไม่ต้องการคบกับเขา
 
– แต่การที่คุณไปทำแบบนี้มันมีความผิดนะไปขู่ฆ่าเขาหรือเอาก้อนหินไปทุบรถเขาเนี่ย

          ฟ่ง :
อันนั้นผมรับผิดชอบเองครับ
 
– แล้วตกลงคุณเป็นโควิดใช่ไหมที่ไม่ไปหาตำรวจเนี่ย

          ฟ่ง : ผมเพิ่งไปตรวจ RT-PCR ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์เมื่อสองวันที่แล้วผมผลเป็นบวกแต่ใกล้หายแล้ว
 

ทนายแก้ว

– โอเคแต่พอหายแล้วคุณจะไปเจอตำรวจถูกไหม

          ฟ่ง : ผมจะเอาเรื่องเขาให้ถึงที่สุดครับ ที่เขากล่าวหาใส่ร้ายหมิ่นประมาทผม
เขาด่าผมสารพัดทั้งที่ผมมีแต่ให้เขา ผมให้เสื้อเขา ทำน้ำหอมให้เขา
ไปอุดหนุนร้านเขา เงินผมไม่เคยขอเขาแม้แต่บาทเดียว

          ทนายแก้ว :
เขาเคยให้อะไรคุณไหม

          ปุ๋ย : ไม่เคยค่ะ
 
– ผู้หญิงเขาบอกว่าไม่เคยรับของคุณนะ

          ฟ่ง : เขาโกหกครับ

          ทนายแก้ว :
แล้วคุณเคยไปหลับนอนไปคอนโดอย่างที่เขาพูดไหม

          ปุ๋ย : ไม่เคยค่ะ





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »