ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อมและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก มีสัตว์ชนิดหนึ่งที่กำลังอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่าง “การอยู่รอด” กับ “การหายไปตลอดกาล” เพราะวันนี้ทั้งโลกเหลือเพียง 2 ตัวเท่านั้น
สัตว์ชนิดนี้ไม่ใช่สัตว์เล็กหายากในป่าลึก แต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ น้ำหนักกว่าสองตัน ที่เคยเดินอย่างสง่างามอยู่ในทุ่งหญ้าแอฟริกา และชื่อของมันคือ แรดขาวเหนือ (Northern White Rhinoceros)
แรดขาวเหนือ เป็นชนิดย่อยของแรดขาว (White Rhinoceros) มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกากลาง โดยเฉพาะพื้นที่อย่างซูดานใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ยูกันดา และชาดในอดีต
ลักษณะเด่นคือรูปร่างใหญ่ แข็งแรง น้ำหนักมากกว่า 2,000 กิโลกรัม กินพืชเป็นอาหารหลัก โดยเฉพาะหญ้า และถือเป็นหนึ่งในสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก
จำนวนประชากรแรดขาวเหนือ ลดลงอย่างรวดเร็วตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา จากหลายปัจจัยซ้ำเติมกัน โดยเฉพาะการล่าเพื่อนำ “นอแรด” ไปขายในตลาดมืด ซึ่งยังมีความเชื่อผิดๆ ว่าสามารถใช้เป็นยาหรือของล้ำค่าได้
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการสูญเสียถิ่นอาศัย สงครามกลางเมือง และความไม่สงบในหลายประเทศแอฟริกา ทำให้การอนุรักษ์ทำได้ยากยิ่งขึ้น
ข้อมูลจาก Ol Pejeta Conservancy ประเทศเคนยา ระบุว่า ปัจจุบันแรดขาวเหนือที่เหลืออยู่บนโลกมีเพียง 2 ตัว และเป็นเพศเมียทั้งหมด ได้แก่
ทั้งสองตัวอยู่ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธคุ้มกันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลักลอบล่า
แรดขาวเหนือเพศผู้ตัวสุดท้ายของโลกชื่อ Sudan เสียชีวิตเมื่อปี 2018 จากภาวะแทรกซ้อนด้านสุขภาพและอายุที่มาก ทำให้แรดขาวเหนือไม่สามารถขยายพันธุ์ตามธรรมชาติได้อีกต่อไป
นับจากวันนั้น สัตว์ชนิดนี้จึงถูกจัดว่า สูญพันธุ์ในธรรมชาติ (Extinct in the Wild) และอยู่รอดได้เพียงภายใต้การดูแลของมนุษย์
แม้สถานการณ์จะวิกฤต แต่นักวิจัยนานาชาติยังคงเดินหน้ากู้เผ่าพันธุ์แรดขาวเหนือ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น
เป้าหมายคือการให้กำเนิดลูกแรดขาวเหนือรุ่นใหม่ แม้จะเป็นภารกิจที่ยากและใช้เวลานาน
เรื่องของแรดขาวเหนือ ไม่ได้สะท้อนเพียงชะตากรรมของสัตว์หนึ่งชนิดเท่านั้น แต่ยังเตือนมนุษย์ถึงผลกระทบจากการล่า การทำลายธรรมชาติ และการเพิกเฉยต่อระบบนิเวศ
วันนี้โลกเหลือพวกมันเพียง 2 ตัว แต่ยังเหลือความหวัง หากมนุษย์เรียนรู้จากอดีต และลงมือปกป้องสัตว์ป่าชนิดอื่นก่อนจะสายเกินไป