เกิดเหตุอาหารเป็นพิษในครอบครัวที่เมืองนีงาตะ ประเทศญี่ปุ่น หลังหญิงวัย 90 กว่าปี เก็บ “ต้นนาร์ซิสซัส” หรือ ดอกแดฟโฟดิล จากสวนในบ้าน โดยเข้าใจผิดว่าเป็นกุยช่าย ก่อนถูกนำไปผัดกับหมูและไข่ ทำให้คนในครอบครัว 3 คนมีอาการอาเจียนและท้องเสีย ต้องถูกนำส่งโรงพยาบาล
ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขเมืองนีงาตะ ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และทางการประกาศผลสอบสวนเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่า ผู้ป่วยเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ได้แก่ ชายวัย 60 กว่าปี หญิงวัย 60 กว่าปี และหญิงวัย 90 กว่าปี
สำนักงานสาธารณสุขเมืองนีงาตะระบุว่า ช่วงเวลาประมาณ 17.30 น. หญิงวัย 90 กว่าปีเก็บต้นนาร์ซิสซัสที่ขึ้นอยู่ในบ้าน เพราะเข้าใจว่าเป็นกุยช่าย จากนั้นล้างน้ำและวางไว้ในครัว
ต่อมาเวลาประมาณ 18.00 น. หญิงวัย 60 กว่าปีนำพืชดังกล่าวไปปรุงอาหาร โดยเข้าใจว่าเป็นกุยช่ายเช่นกัน ก่อนผัดรวมกับเนื้อหมูและไข่ในลักษณะอาหารผัดแบบจีน
หญิงวัย 90 กว่าปีรับประทานอาหารดังกล่าวช่วงประมาณ 19.00 น. ส่วนชายและหญิงวัย 60 กว่าปีรับประทานช่วงประมาณ 20.00 น. หลังจากนั้นราว 30-60 นาที ทั้ง 3 คนเริ่มมีอาการอาเจียนและท้องเสีย จึงถูกส่งตัวไปยังสถานพยาบาลในเมืองนีงาตะ โดยหนึ่งในผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลชั่วคราว แต่ภายหลังทั้งหมดออกจากโรงพยาบาลแล้วและอาการดีขึ้น
iStockphoto
ผลสอบสวนของสำนักงานสาธารณสุขเมืองนีงาตะพบว่า อาหารที่เหลืออยู่เป็นต้นนาร์ซิสซัส และตรวจพบสารพิษกาลันทามีน ซึ่งเป็นหนึ่งในสารพิษที่พบในพืชกลุ่มนาร์ซิสซัส ประกอบกับระยะฟักตัวและอาการของผู้ป่วยสอดคล้องกับการได้รับพิษจากนาร์ซิสซัส ทางการจึงสรุปว่าเป็นเหตุอาหารเป็นพิษภายในครอบครัวจากการกินต้นนาร์ซิสซัสผิดพลาด
ด้านกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นให้ข้อมูลว่า พืชกลุ่มนาร์ซิสซัสมีสารพิษหลายชนิด เช่น ไลโคริน กาลันทามีน และทาเซททีน โดยใบมีลักษณะคล้ายกุยช่าย จึงมักเกิดการเข้าใจผิด โดยเฉพาะช่วงที่ยังไม่มีดอกให้สังเกตชัดเจน
iStockphoto
สำนักงานสาธารณสุขเมืองนีงาตะเตือนว่า นาร์ซิสซัสเป็นพืชมีพิษที่แม้ผ่านความร้อนแล้วก็ยังมีความเป็นพิษเหลืออยู่ หากกินเข้าไปอาจมีอาการอาเจียน ท้องเสีย ปวดศีรษะ และอาการผิดปกติอื่น ๆ หลังรับประทานไม่นาน
กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นระบุว่า กุยช่ายมีกลิ่นเฉพาะคล้ายกระเทียมเมื่อขยี้หรือหั่นใบ ขณะที่นาร์ซิสซัสมีกลิ่นอ่อนกว่าและออกเขียว ๆ นอกจากนี้ ใบของนาร์ซิสซัสมักหนากว่า และหัวใต้ดินอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหัวหอมหรือพืชกินได้ชนิดอื่น
เหตุการณ์นี้เป็นอีกกรณีเตือนใจว่า พืชในสวนที่มีหน้าตาคล้ายผักกินได้อาจเป็นพืชมีพิษ การแยกพื้นที่ปลูกและไม่กินพืชที่ระบุชนิดไม่ได้อย่างมั่นใจ จึงเป็นวิธีสำคัญในการป้องกันอาหารเป็นพิษในครัวเรือน