ท่ามกลางข่าวคราวเรื่องการพบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากการซื้ออาหารจากตลาดหรือร้านค้ามารับประทานอย่างต่อเนื่อง หลายคนมักพุ่งเป้าไปที่ความสะอาดของร้านหรือวัตถุดิบเป็นอันดับแรก แต่ นพ.หวัง จวิ้นผิง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู จากไต้หวัน ได้ออกมาเตือนถึง “5 พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน” ของผู้บริโภคเอง ที่อาจเปลี่ยนอาหารมื้ออร่อยให้กลายเป็นยาพิษโดยไม่รู้ตัว
นพ.หวัง ระบุว่าความเสี่ยงเริ่มสะสมทันทีที่อาหารได้รับความร้อนลดลงจนเข้าสู่ “ช่วงอุณหภูมิอันตราย” (7°C – 60°C) ซึ่งเป็นช่วงที่แบคทีเรียส่วนใหญ่ เช่น แซลโมเนลลา สามารถเจริญเติบโตและแบ่งตัวได้ทุกๆ 20 นาที
“หากวางอาหารทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเพียง 1 ชั่วโมง เชื้อโรคจะเพิ่มขึ้นประมาณ 8 เท่า และหากทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง เชื้อจะพุ่งสูงถึง 64 เท่า” ซึ่งปริมาณเชื้อเพียงพอที่จะทำให้เกิดอาการผิดปกติต่อระบบทางเดินอาหารได้ทันที
iStockphoto
จากการวิเคราะห์ของ นพ.หวัง พบว่ามี 5 นิสัยอันตรายที่ควรเร่งปรับเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว ดังนี้
นพ.หวัง จวิ้นผิง แนะนำว่าหากซื้ออาหารมาแล้วยังไม่รับประทานทันที ควรเปิดฝาภาชนะออกเล็กน้อยเพื่อให้ไอร้อนระบายออกมา ไม่ให้อาหารแช่อยู่ในอุณหภูมิ 30-50 องศาเซลเซียสนานเกินไป นอกจากอาการปวดท้อง ท้องเสีย หรืออาเจียนแล้ว อาหารเป็นพิษที่รุนแรงยังอาจส่งผลให้ร่างกายอ่อนแรงขาดน้ำ และสูญเสียสมดุลเกลือแร่ในกระแสเลือดได้
ความปลอดภัยของอาหารไม่ได้จบลงที่หน้าร้าน แต่อยู่ที่การตัดสินใจในทุกขั้นตอนหลังจากที่คุณรับอาหารถุงนั้นมาไว้ในมือ ความเสี่ยงไม่ได้มาจากอาหารที่แปลกประหลาด แต่มาจากขั้นตอนปกติในชีวิตประจำวันที่เราทำจนเป็นนิสัยนั่นเอง