สถานการณ์คอร์รัปชันของประเทศไทยน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง หลัง Transparency International ประกาศผล ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า ประเทศไทยทำคะแนนได้เพียง 33 คะแนนจาก 100 คะแนน จัดอยู่อันดับที่ 116 ของโลก ซึ่งถือเป็นผลงานที่แย่ที่สุดในรอบ 14 ปี
คะแนนดังกล่าวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกซึ่งอยู่ที่ 42 คะแนน และเมื่อเทียบกับปี 2567 คะแนนของไทยลดลงอีก 1 คะแนน ขณะที่อันดับโลกตกลงถึง 9 อันดับ สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์การทุจริตของไทยถดถอยเร็วกว่าแนวโน้มของโลกโดยรวม
รายงานระบุว่า คะแนนที่ลดลงของไทยมาจากดัชนีที่สะท้อนมุมมองของนักลงทุนและภาคเอกชนเป็นหลัก โดยเฉพาะดัชนีด้านความสามารถในการแข่งขันจาก IMD World Competitiveness Yearbook ซึ่งคะแนนลดลงถึง 10 คะแนนจากปีก่อน แสดงถึงความกังวลต่อประสิทธิภาพและความโปร่งใสของภาครัฐไทย
เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ไทยร่วงมาอยู่อันดับ 7 จากเดิมอันดับ 5 เป็นรองแทบทุกประเทศ ยกเว้นเพียง เมียนมา (16 คะแนน) และ กัมพูชา (20 คะแนน)
ประเทศที่ทำคะแนนดีกว่าไทย ได้แก่ สิงคโปร์ (84), บรูไน (63), มาเลเซีย (52), เวียดนาม (41), อินโดนีเซีย (34) และลาว (34)
สำหรับทิศทางในปี 2569 Transparency International เสนอประเด็นเร่งด่วน 4 ด้านที่ประเทศไทยควรให้ความสำคัญ ได้แก่
รายงาน CPI ประจำปี 2025 ยังสะท้อนภาพรวมที่น่ากังวลในระดับโลก โดยค่าเฉลี่ยคะแนนทั่วโลกลดลงมาอยู่ที่ 42 คะแนน ต่ำที่สุดในรอบกว่า 10 ปี และมีมากกว่า 2 ใน 3 ของประเทศทั่วโลก หรือ 122 จาก 180 ประเทศ ที่ได้คะแนนต่ำกว่า 50 คะแนน
จำนวนประเทศที่ได้คะแนนสูงกว่า 80 คะแนน ลดลงจาก 12 ประเทศเมื่อสิบปีก่อน เหลือเพียง 5 ประเทศในปีนี้
รายงานยังชี้ว่า แม้แต่ประเทศประชาธิปไตยที่เคยมีภาพลักษณ์โปร่งใส ก็กำลังเผชิญปัญหาคอร์รัปชันที่รุนแรงขึ้น เช่น สหรัฐอเมริกา ที่ได้เพียง 64 คะแนน ต่ำสุดตั้งแต่เคยมีการจัดอันดับ
ขณะที่แคนาดา (75), นิวซีแลนด์ (81), สหราชอาณาจักร (70), ฝรั่งเศส (66) และสวีเดน (80) ต่างมีคะแนนลดลงเช่นกัน
Transparency International ระบุว่า การทุจริตมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการจำกัดเสรีภาพของภาคประชาชน โดยพบว่า 36 จาก 50 ประเทศที่คะแนน CPI ลดลงตั้งแต่ปี 2012 มีการปิดกั้นพื้นที่ภาคประชาสังคมร่วมด้วย
ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา มีนักข่าวอย่างน้อย 150 ราย ถูกสังหารขณะรายงานข่าวเกี่ยวกับการทุจริตในพื้นที่ที่ไม่ใช่เขตสู้รบ
รายงานยังพบว่า ในปี 2025 เกิดกระแสการประท้วงต่อต้านคอร์รัปชันที่นำโดยคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ในหลายประเทศ เช่น เนปาล และมาดากัสการ์ โดยวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ ล้มเหลวในการจัดบริการสาธารณะ และไม่สามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม
François Valérian ประธาน Transparency International ระบุว่า “คอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจัง โดยเสนอ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การฟื้นฟูภาวะผู้นำทางการเมือง การปกป้องสื่อและผู้แจ้งเบาะแส และการปิดช่องโหว่การฟอกเงิน
ทั้งนี้ แม้บางประเทศจะมีคะแนน CPI สูง แต่ยังถูกตั้งคำถามเรื่องการเป็นแหล่งพักเงินจากการทุจริตข้ามพรมแดน ซึ่งยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่โลกต้องเผชิญต่อไป