สาวสุดช้ำ ฝากทองร้านประจำ 140 บาท สุดท้ายได้คืนแค่ 80 บาท

schedule
2026-04-24 | 13:01h
update
2026-10-27 | 22:48h
person
lasvegasnews.media
domain
lasvegasnews.media


          “พี่เรียม” อายุ 53 ปี ชาวบุรีรัมย์ ปัจจุบันพักอาศัยและทำมาหากินอยู่ที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เล่าว่าตนเองชอบสะสมทองมาตั้งแต่เรียนจบชั้น ป.6 โดยเริ่มจากการทำงานรับจ้างวันละ 25 บาท เก็บหอมรอมริบจนซื้อทองได้ครั้งแรกครึ่งสลึง ในราคา 650 บาท

          แรงบันดาลใจมาจากคำสอนของผู้เฒ่าที่บอกว่า “ให้ซื้อทองเก็บไว้ติดตัว ยามฉุกเฉินขายได้ทุกที่” พี่เรียมจึงยึดถือหลักนี้มาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะทำงานในไต้หวัน 3 ปี หรือกลับมาขายของตลาดนัดที่บ้าน ก็สะสมทองทีละนิดทีละหน่อยอย่างสม่ำเสมอ สามียังซื้อทองมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดทุกปีอีกด้วย

          จนในที่สุดทองที่สะสมมาทั้งชีวิตรวมถึงที่ซื้อ-ขายเพื่อทำกำไรในช่วงปี 2567-2568 เหลืออยู่ทั้งหมด 140 บาท

Advertisement

ความไว้ใจ : จากลิ้นชักบ้านสู่มือร้านทอง

          เดิมพี่เรียมเก็บทองไว้ในบ้าน แต่ร้านทองประจำซึ่งเป็นร้านใหญ่ที่สุดในอำเภอแนะนำให้นำทองมาฝากไว้กับทางร้านแทน โดยอ้างว่าปลอดภัยกว่า ไม่ต้องเสียค่ากำเหน็จ และสะดวกในการซื้อ-ขาย พี่เรียมซึ่งไว้ใจร้านนี้มานานจึงยินยอมนำทอง 140 บาทมาฝากไว้ทั้งหมด โดยทุกครั้งที่มีการซื้อ-ขายจะมีการชั่งน้ำหนักและออกบิลให้ทุกครั้ง

วันที่ทุกอย่างพลิก เมื่อได้รับโทรศัพท์ขณะพักผ่อนที่กระบี่

          ขณะที่พี่เรียมกำลังพักผ่อนที่กระบี่ ก็ได้รับโทรศัพท์จากพนักงานร้านทองแจ้งว่า “มีเงินหายไปจากระบบ” และกล่าวหาว่าพี่เรียมร่วมกับพนักงานในการทุจริตเงินจำนวน 276,000 บาท ซึ่งเป็นผลต่างจากการซื้อ-ขายทองในช่วงที่ราคาผันผวน

          พี่เรียมรีบเดินทางกลับมาเพื่อเคลียร์ปัญหา แต่ทางร้านปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยอ้างว่าเป็นการกระทำของรองผู้จัดการ (ซึ่งภายหลังทราบว่าแท้จริงคือผู้จัดการร้าน) ไม่เกี่ยวกับร้าน และกดดันให้พี่เรียมทำสัญญาเงินกู้กับพนักงานดังกล่าว เพื่อให้พนักงานเป็น “ลูกหนี้” และพี่เรียมเป็น “เจ้าหนี้” แทน

          พี่เรียมซึ่งไม่รู้เรื่องกฎหมายก็ลงนามในสัญญาดังกล่าวโดยไม่ทันได้คิด ทำให้ร้านทองสะบัดมือออกจากปัญหา 276,000 บาทนั้นโดยสิ้นเชิง

ทอง 140 บาท : ได้คืนแค่ 80 บาท

          เมื่อพี่เรียมขอเบิกทองคืนทั้งหมด 140 บาท ทางร้านยอมคืนให้เพียง 80 บาทเท่านั้น โดยอ้างว่า 80 บาทดังกล่าวมีหลักฐานการโอนเงินชัดเจน ส่วนอีก 60 บาทที่เหลือซึ่งชำระด้วยเงินสดนั้น ทางร้านอ้างว่า “บิลไม่ตรง” “ไม่มีลายเซ็น” และต้องการตรวจสอบกล้องวงจรปิดก่อน

          ยิ่งกว่านั้นทางร้านยังกล่าวหาว่าพี่เรียมซื้อทอง 2 บาท โดยไม่มีการจ่ายเงิน และอ้างว่าไม่พบหลักฐานการจ่ายเงินจากกล้องวงจรปิด ทั้งที่พี่เรียมมีบิลซึ่งออกโดยร้านทอง พร้อมตรายางและลายเซ็นผู้จัดการอยู่ในมืออยู่แล้ว

          พี่เรียมเล่าว่าร่ำไห้อยู่เป็นเดือน นอนไม่หลับ กินไม่ได้ และไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แถมยังถูกขู่เรื่องภาษีย้อนหลังอีกด้วย





Source link

Advertisement

Imprint
Responsible for the content:
lasvegasnews.media
Privacy & Terms of Use:
lasvegasnews.media
Mobile website via:
WordPress AMP Plugin
Last AMPHTML update:
27.10.2026 - 22:49:01
Privacy-Data & cookie usage: