ศาสตราจารย์แพทย์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) กลายเป็นตัวอย่างในงานวิจัยที่ได้รับความสนใจ หลังทดลองปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเอง ทั้งการอดอาหาร การออกกำลังกาย การนอนหลับ และการควบคุมอาหารเป็นเวลาหลายเดือน
ผลการประเมินจากระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) พบว่า “อายุชีวภาพ” ของเขาอยู่ที่ประมาณ 32 ปี ซึ่งน้อยกว่าอายุจริงเกือบ 15 ปี อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าร่างกายของเขา “ย้อนวัย” ได้จริง แต่เป็นการสะท้อนสภาพร่างกายจากตัวชี้วัดทางชีวภาพบางด้าน
ผู้ที่เข้าร่วมการทดลองครั้งนี้คือ ศาสตราจารย์ ดีน โฮ (Dean Ho) ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์ดิจิทัล แห่งคณะแพทยศาสตร์ Yong Loo Lin มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์
เขานำตัวเองเข้าสู่โครงการวิจัยที่ชื่อว่า DELTA ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อศึกษาว่า ร่างกายมนุษย์เปลี่ยนแปลงอย่างไร เมื่อมีการปรับปัจจัยต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการอดอาหารเป็นระยะเวลานาน
ความแตกต่างของงานวิจัยนี้คือ ทีมวิจัยไม่ได้ดูเพียงผลตรวจสุขภาพเป็นช่วงๆ แต่ใช้การติดตามข้อมูลร่างกายอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูว่าร่างกายตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อย่างไรในชีวิตจริง
ระหว่างการทดลอง ศาสตราจารย์โฮใช้รูปแบบการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างเข้มงวด โดยอดอาหารประมาณ 20 ชั่วโมงต่อวัน และมีบางช่วงที่ทดลองอดอาหารต่อเนื่องนานถึง 48 ชั่วโมง
นอกจากนี้ เขายังออกกำลังกายทุกเช้าประมาณ 90 นาที โดยผสมผสานทั้งการฝึกกล้ามเนื้อและการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ
ด้านอาหาร เขาเลือกแนวทางคล้ายกับอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน เน้นผักใบเขียว ถั่ว น้ำมันมะกอก โปรตีนไขมันต่ำ และอาหารที่มีสารอาหารสูง
ส่วนเครื่องดื่มจำกัดหลักๆ เป็นน้ำเปล่า เครื่องดื่มเกลือแร่ กาแฟดำ และชาดำที่ไม่เติมนมหรือน้ำตาล
เพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ศาสตราจารย์โฮใช้เครื่องมือสวมใส่อัจฉริยะ 3 ชนิด ได้แก่ Whoop, Garmin และ Apple Watch ติดตามข้อมูลเป็นเวลาประมาณ 8 เดือน
ข้อมูลจากอุปกรณ์เหล่านี้ถูกนำมารวมกับการตรวจวัดด้านสรีรวิทยาและระดับโมเลกุล เพื่อสร้างภาพรวมของสุขภาพร่างกายในแต่ละช่วงเวลา
หนึ่งในผลลัพธ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือระบบผู้ช่วยสุขภาพที่ใช้ AI ประเมินว่า อายุชีวภาพของเขาอยู่ที่ประมาณ 32 ปี ซึ่งต่ำกว่าอายุจริงที่ 47 ปี
แม้ผลลัพธ์ดังกล่าวจะฟังดูเหมือนร่างกายเด็กลง 15 ปี แต่ผู้วิจัยระบุว่า อายุชีวภาพเป็นเพียงแนวคิดที่ใช้ประเมินสภาพร่างกายจากตัวชี้วัดทางชีวภาพ ไม่ใช่ตัวเลขที่บอกอายุจริงของเซลล์ทั้งหมด
โดยทั่วไป อายุชีวภาพอาจสะท้อนปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความสามารถในการฟื้นตัวของร่างกาย ระบบเผาผลาญ สุขภาพหัวใจ และการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในช่วงเวลาหนึ่ง
ทีมวิจัยมองว่า การประเมินสุขภาพแบบเดิมเปรียบเหมือน “ภาพถ่ายช่วงเวลาหนึ่ง” แต่โครงการ DELTA ต้องการติดตามเป็นภาพเคลื่อนไหว เพื่อดูว่าร่างกายสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร
นอกจากค่าอายุชีวภาพแล้ว งานวิจัยยังพบการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดสุขภาพหลายด้าน เช่น อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักลดลง จากประมาณ 65 ครั้งต่อนาที เหลือประมาณ 46 ครั้งต่อนาที
ด้านการนอนหลับก็เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเขาปรับเวลานอนจากหลังเที่ยงคืนมาเป็นประมาณ 21.00 น. และเพิ่มเวลานอนจากประมาณ 5 ชั่วโมง เป็นเกือบ 8 ชั่วโมงต่อคืน
ทีมวิจัยยังพบว่าระยะเวลาที่ร่างกายเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน หรือ “การเปลี่ยนแปลงทางเมตาบอลิซึม” ลดลงจากมากกว่า 24 ชั่วโมง เหลือประมาณ 16.5 ชั่วโมง ซึ่งอาจสะท้อนว่าร่างกายสามารถปรับรูปแบบการใช้พลังงานได้รวดเร็วขึ้น
แม้ผลการทดลองของศาสตราจารย์โฮจะได้รับความสนใจ แต่ทีมวิจัยย้ำว่า ไม่ควรนำผลลัพธ์นี้ไปสรุปว่า ทุกคนจะมีสุขภาพดีขึ้นหากอดอาหารวันละ 20 ชั่วโมง ออกกำลังกาย 90 นาที หรือทำตามรูปแบบเดียวกัน
เนื่องจากการศึกษานี้เป็นการทดลองกับบุคคลเพียงคนเดียว จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นกับคนทั่วไป
ศาสตราจารย์โฮมองว่า เป้าหมายของโครงการ DELTA ไม่ใช่การค้นหาสูตรชีวิตที่เหมาะกับทุกคน แต่ต้องการสร้างแนวทางที่ใช้ข้อมูลเฉพาะบุคคล เพื่อทำความเข้าใจว่าร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่ออาหาร การออกกำลังกาย การนอน และปัจจัยต่างๆ อย่างไร
การทดลองของศาสตราจารย์ดีน โฮ แสดงให้เห็นว่า การปรับพฤติกรรมหลายด้านพร้อมกันอาจส่งผลต่อสุขภาพและตัวชี้วัดทางชีวภาพบางอย่างได้ แต่ “อายุชีวภาพที่ลดลง” จากการประเมินด้วย AI ไม่ได้หมายถึงการย้อนวัยจริง
สำหรับคนทั่วไป การดูแลสุขภาพพื้นฐาน เช่น รับประทานอาหารสมดุล ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม นอนหลับให้เพียงพอ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มวิธีดูแลสุขภาพที่เข้มงวด ยังคงเป็นแนวทางที่สำคัญที่สุด