เป็นอีกประเด็นร้อนของสังคม เมื่อเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ “พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด” อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) 11 คน เพื่อนำมาชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากการนำกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าปิดท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อปี พ.ศ.2551 โดยศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินกว่า 522 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2551 จนกว่าจะชำระเสร็จ
เมื่อข่าวถูกนำเสนอออกไป ก็ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่า “การพิทักษ์ทรัพย์” คืออะไร Sanook ทำหน้าที่ไขข้อสงสัย และพาทุกคนไปรู้จักข้อกฎหมายเกี่ยวกับการพิทักษ์ทรัพย์ให้มากขึ้น
การพิทักษ์ทรัพย์ คือคำสั่งของศาลล้มละลาย ที่ตัดสินให้ทรัพย์สินของลูกหนี้ อยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ โดยลูกหนี้จะไม่สามารถทำอะไรกับทรัพย์สินนั้นได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการขาย การจำนอง หรือการถ่ายโอน เพื่อเป็นการพิทักษ์ทรัพย์สินเหล่านั้นให้กับเจ้าหนี้
การพิทักษ์ทรัพย์สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
ถ้ามีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว จะไม่สามารถถอนฟ้องคดีได้ และเจ้าหนี้ต้องมายื่นขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ภายในเวลา 2 เดือน นับจากวันที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ เพื่อลูกหนี้จะได้รู้ว่าตัวเองมีหนี้สินเท่าไร และจะจัดการกับหนี้สินดังกล่าวอย่างไร
การพิทักษ์ทรัพย์เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการล้มละลาย แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์จะล้มละลายทันที หรือกลายเป็นบุคคลล้มละลาย เพราะยังสามารถไกล่เกลี่ยและจัดการเรื่องคดีความกับเจ้าหนี้ได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ลูกหนี้ต้องเจอเมื่อโดนคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ คือ
ในกรณีที่ลูกหนี้รับข้าราชการ เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ลูกหนี้จะขาดคุณสมบัติการเป็นข้าราชการ และถูกสั่งให้ออกจากราชการทันที แต่หากยังอยู่ในขั้นตอนพิทักษ์ทรัพย์ ยังไม่ถือว่าลูกหนี้ขาดคุณสมบัติจนต้องออกจากราชการ จนกว่าจะมีคำตัดสินให้กลายเป็นบุคคลล้มละลายเท่านั้น