พูดถึง “พระโขนง” หลายคนอาจนึกถึงตำนานแม่นากพระโขนงเป็นอันดับแรก แต่หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของพื้นที่ จะพบว่าพระโขนงเป็นย่านเก่าแก่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ที่มีพัฒนาการมายาวนาน ทั้งในฐานะชุมชนริมน้ำ พื้นที่เกษตรกรรม เส้นทางคมนาคม และอดีตอำเภอขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่กว้างกว่าพระโขนงในปัจจุบันมาก
น่าสนใจว่าแม้ชื่อ “พระโขนง” จะอยู่คู่กรุงเทพฯ มานาน แต่จนถึงทุกวันนี้กลับยังไม่มีข้อสรุปที่ยืนยันได้อย่างเด็ดขาดว่าชื่อนี้มีต้นกำเนิดจากอะไร โดยมีข้อสันนิษฐานที่ถูกกล่าวถึงอยู่หลายแนวทาง
ก่อนถนนและรถไฟฟ้าจะกลายเป็นเส้นทางหลัก พระโขนงในอดีตมีลักษณะเป็นพื้นที่ชานเมือง มีท้องนา สวน และชุมชนตั้งกระจายอยู่ตามลำคลอง การเดินทางของผู้คนจึงพึ่งพาเรือและเส้นทางน้ำเป็นสำคัญ
หนึ่งในเส้นเลือดใหญ่ของพื้นที่คือ คลองพระโขนง ซึ่งเชื่อมพื้นที่จากบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่พื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ และเชื่อมต่อกับเครือข่ายคลองที่พัฒนาในเวลาต่อมา ทำให้พระโขนงมีบทบาททั้งด้านการเดินทาง การขนส่งสินค้า และการตั้งถิ่นฐานของผู้คน
ข้อมูลในสารานุกรมวัฒนธรรมไทยของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่า คลองพระโขนงขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยพระยาศรีพิพัฒน์ หรือ ทัด บุนนาค ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ เป็นผู้ดำเนินการขุด
การขุดเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2380 แล้วเสร็จราว พ.ศ. 2383 มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อการคมนาคม การเกิดเส้นทางน้ำดังกล่าวมีส่วนทำให้พื้นที่สองฝั่งคลองสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่อื่นได้สะดวกมากขึ้น และเอื้อต่อการขยายตัวของชุมชนในเวลาต่อมา
พื้นที่พระโขนงยังเชื่อมโยงกับชุมชนบริเวณคลองตัน คลองแสนแสบ มีนบุรี และหนองจอก ทำให้ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ กลายเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนจากหลายเชื้อสายและศาสนาเข้ามาตั้งถิ่นฐานร่วมกัน เต็มไปด้วยบ้านเรือนริมคลอง นาข้าว สวน และทางน้ำที่แตกแขนงออกไป ชาวบ้านใช้เรือเดินทางไปมาหาสู่กัน รวมถึงขนพืชผลและสินค้าเข้าสู่ตลาด
เฟซบุ๊ก สาระ – บรรณคลองพระโขนงในอดีต
ข้อสันนิษฐานหนึ่งอธิบายว่า คำว่า “โขนง” มีรากจากภาษาเขมร คำว่า “ขนง” มีรากจากคำว่า ก่ง แปลว่า โค้ง, ทำให้โค้ง และ คิ้ว ซึ่งสอดคล้องกับคำราชาศัพท์อย่าง “พระขนง” ที่ใช้หมายถึงคิ้วของพระมหากษัตริย์หรือเจ้านาย
ศาสตราจารย์ นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว เขียนไว้ในสารจากผู้อาวุโส ในหนังสือการประชุมใหญ่สภาวัฒนธรรมเขตพระโขนง ว่า พระโขนงเดิมเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ทางด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ จึงเปรียบได้เสมือน “คิ้ว” ของพระนคร และชื่อสถานที่ใกล้เคียงหลายแห่ง เช่น สำโรง ก็มีร่องรอยคำจากภาษาเขมรเช่นกัน
อีกแนวคิดหนึ่งที่ต่อยอดจากความหมายว่า “คิ้ว” มองไปที่ลักษณะของคลองพระโขนง ซึ่งมีแนวคดเคี้ยวโค้งเหมือนคิ้ว แต่สมัยหลังมีการขุดแต่งแปลงคลองให้ตรงขึ้นเพื่อความสะดวกการคมนาคม
ยุทธ บางขวางคลองพระโขนงในอดีต
อีกแนวหนึ่งเสนอว่า “โขนง” อาจไม่ได้หมายถึงคิ้ว แต่เพี้ยนมาจากคำว่า “ขนอน” ซึ่งหมายถึง “ด่าน” หรือจุดตรวจคนและสินค้า
ในอดีต การเดินทางเข้าออกพระนครทั้งทางบกและทางน้ำมีการตั้งด่านขนอนเพื่อควบคุมผู้คน สินค้า และการเก็บภาษี โดยในพื้นที่คลองพระโขนงเองมีหลักฐานเกี่ยวกับด่านภาษีอยู่ด้วย พระโขนงอาจสัมพันธ์กับบทบาทของพื้นที่ในฐานะทางผ่านหรือ “ด่านใต้” ของเมือง
แนวคิดนี้เสนอโดยสุรพล วัฒนธรรม ผู้ศึกษาประวัติท้องถิ่นพระโขนง เห็นว่า “โขนง” อาจเป็นเสียงที่เปลี่ยนแปลงมาจาก “ขนอน” และสัมพันธ์กับพื้นที่หน้าด่านทางทะเลที่มีหน้าที่ตรวจตราผู้คนและสิ่งของเข้าออกเมือง ใกล้เคียงกับคำว่า “ปะแดง” หรือ “บาแดง” ซึ่งแปลว่า คนเดินหมาย หรือ คนนำข่าวสาร
จนถึงวันนี้ เรายังไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่นอนว่า ชื่อ “พระโขนง” มาจากคำที่หมายถึง “คิ้ว” มาจากชื่อเก่าอย่าง “บางขนง” หรือเปลี่ยนเสียงมาจาก “ขนอน” ที่หมายถึงด่าน เพราะแต่ละแนวทางยังอยู่ในระดับข้อเสนอและข้อสันนิษฐาน
เดิมพระโขนงเป็นชุมชนชานพระนครที่ผูกพันกับลำคลอง มีทั้งพื้นที่เกษตรกรรม บ้านเรือนริมคลอง และเส้นทางคมนาคมทางน้ำ ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตขึ้นตามการขยายตัวของกรุงเทพฯ ทางฝั่งตะวันออก
ใน พ.ศ. 2445 พระโขนงมีสถานะเป็น อำเภอพระโขนง ขึ้นกับเมืองนครเขื่อนขันธ์ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่บริเวณพระประแดงในปัจจุบัน โดยมีอาณาเขตกว้างกว่าพระโขนงในทุกวันนี้มาก ครอบคลุมพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของพระนคร
ต่อมาใน พ.ศ. 2470 อำเภอพระโขนงถูกโอนมาขึ้นกับจังหวัดพระนคร เมื่อถนนสุขุมวิทและโครงข่ายถนนต่าง ๆ ขยายตัว การเดินทางทางบกเริ่มเข้ามาแทนที่การสัญจรทางน้ำ พื้นที่เกษตรกรรมจึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นชุมชน ที่อยู่อาศัย ย่านการค้า และโรงงานมากขึ้น
กระทั่งใน พ.ศ. 2515 เมื่อมีการจัดตั้งกรุงเทพมหานครและปรับโครงสร้างการปกครอง หน่วยการปกครองแบบ “อำเภอ” ในกรุงเทพฯ ถูกเปลี่ยนเป็น “เขต” ทำให้อำเภอพระโขนงเปลี่ยนสถานะมาเป็น เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นับเป็นจุดเปลี่ยนจากพื้นที่ชานเมืองในอดีต สู่ส่วนหนึ่งของมหานครที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
จุดเปลี่ยนสำคัญคือใน พ.ศ. 2532 กรุงเทพมหานครปรับพื้นที่เขตพระโขนงเดิมออกเป็น 3 เขต ได้แก่ เขตพระโขนง เขตคลองเตย และเขตประเวศ ต่อมา เขตสวนหลวง จัดตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2537 จากพื้นที่ของเขตคลองเตยและเขตประเวศ ขณะที่ เขตวัฒนา แยกจากเขตคลองเตยใน พ.ศ. 2541 และ เขตบางนา แยกจากเขตพระโขนงในช่วงเดียวกัน