ปลาเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีและมีสารอาหารสำคัญหลายชนิด เช่น วิตามิน แร่ธาตุ รวมถึงกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ สมอง และระบบประสาท อย่างไรก็ตาม คุณค่าของปลาจะเกิดประโยชน์ได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพและเก็บรักษาอย่างถูกวิธี
หญิงแซ่เฉิน ซึ่งมีประสบการณ์ขายปลาในตลาดค้าส่งมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มานานเกือบ 30 ปี เปิดเผยข้อสังเกตจากการทำงานว่า ปลาบางตัวอาจดูน่ารับประทานเมื่อมองผ่านๆ แต่กลับมีสัญญาณบ่งชี้ว่าเริ่มเสื่อมคุณภาพ ถูกเก็บไว้นาน หรืออาจมาจากแหล่งที่ไม่น่าไว้วางใจ
อย่างไรก็ตาม คำแนะนำจากผู้ค้าเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนบุคคล ไม่สามารถใช้แทนผลตรวจทางห้องปฏิบัติการได้ ผู้บริโภคจึงควรพิจารณาทั้งลักษณะภายนอก กลิ่น แหล่งจำหน่าย ฉลาก และระบบควบคุมอุณหภูมิร่วมกัน
ปลาที่ตายและถูกทิ้งไว้นานอาจเริ่มมีท้องบวม เนื้อนิ่ม ตาขุ่น เหงือกเปลี่ยนสี และมีกลิ่นผิดปกติ สัญญาณเหล่านี้อาจเกิดจากการเสื่อมคุณภาพและการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ แม้การปรุงสุกจะช่วยทำลายเชื้อหลายชนิด แต่ไม่สามารถทำให้อาหารที่เน่าเสียกลับมาปลอดภัยและสดใหม่ได้
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA แนะนำว่า ปลาสดทั้งตัวควรมีตาใสและเป็นประกาย เหงือกสีแดง เนื้อแน่นและคืนตัวเมื่อกดเบาๆ ส่วนกลิ่นควรสดอ่อนตามธรรมชาติ ไม่มีกลิ่นเปรี้ยว กลิ่นแอมโมเนีย หรือกลิ่นคาวฉุนรุนแรง
เกล็ดหลุดเพียงเล็กน้อยอาจเกิดจากการขนส่งและไม่ได้หมายความว่าปลาเน่าเสมอไป จึงควรตรวจดูหลายสัญญาณประกอบกัน หากปลามีกลิ่นผิดปกติ เนื้อเละ และสีเปลี่ยนไปพร้อมกัน ควรหลีกเลี่ยง
ปลาสดอาจมีกลิ่นเฉพาะตามธรรมชาติ แต่ไม่ควรมีกลิ่นคล้ายเชื้อเพลิง น้ำเสีย ผงซักฟอก น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือแอมโมเนีย หากได้กลิ่นผิดปกติ ไม่ควรชิมเพื่อตรวจสอบและไม่ควรซื้อ แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะยังดูสดก็ตาม
กลิ่นสารเคมีไม่ได้ยืนยันได้ด้วยตัวเองว่าปลาปนเปื้อนโลหะหนักหรือถูกแช่ฟอร์มาลดีไฮด์ เพราะต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าปลาอาจมาจากแหล่งน้ำปนเปื้อน เก็บรักษาไม่เหมาะสม หรือสัมผัสสารที่ไม่ควรอยู่ในอาหาร
ฟอร์มาลดีไฮด์ไม่ใช่สารที่อนุญาตให้นำมาใช้แช่ปลาเพื่อยืดความสด การได้รับในปริมาณสูงอาจระคายเคืองและทำลายเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร หากสงสัยว่ามีการใช้สารต้องห้าม ควรเก็บหลักฐานและแจ้งหน่วยงานด้านอาหารในพื้นที่ แทนการตัดสินจากกลิ่นเพียงอย่างเดียว
ความเชื่อที่ว่าปลาตัวใหญ่ทุกชนิดสะสมสารพิษมากกว่าปลาตัวเล็กไม่ถูกต้องทั้งหมด ความเสี่ยงจากสารปรอทขึ้นอยู่กับชนิด อายุ แหล่งที่อยู่ และตำแหน่งของปลาในห่วงโซ่อาหาร ไม่ได้พิจารณาจากขนาดตัวที่เห็นในตลาดเพียงอย่างเดียว
ปลานักล่าที่มีอายุยืนและอยู่ระดับสูงของห่วงโซ่อาหารมีแนวโน้มสะสมเมทิลเมอร์คิวรีมากกว่า เช่น ฉลาม ปลากระโทงดาบ คิงแมคเคอเรล และไทล์ฟิชบางแหล่ง โดยเฉพาะเด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่อาจตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร ควรเลือกปลาที่มีปรอทต่ำตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข
ขณะเดียวกัน ปลาขนาดใหญ่หลายชนิดไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ต้องหลีกเลี่ยงเสมอไป ดังนั้น หลักที่เหมาะสมกว่าคือเลือกปลาให้หลากหลาย รู้ชนิดและแหล่งที่มา พร้อมตรวจสอบคำแนะนำเรื่องสารปรอทของปลาแต่ละชนิด ไม่ควรเหมารวมว่าปลาใหญ่ทั้งหมดไม่ปลอดภัย
ตัวอย่างปลาที่ FDA จัดอยู่ในกลุ่มตัวเลือกที่มีปรอทต่ำกว่า ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาเฮริง และแอตแลนติกแมคเคอเรล แต่ต้องระวังไม่ให้สับสนกับ คิงแมคเคอเรล ซึ่งเป็นคนละชนิดและมีระดับปรอทสูงกว่า
การแช่แข็งช่วยชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ แต่คุณภาพของปลายังเสื่อมลงได้เมื่อเก็บไว้นานหรือควบคุมอุณหภูมิไม่สม่ำเสมอ ก่อนซื้อควรหลีกเลี่ยงบรรจุภัณฑ์ฉีกขาด เปิดอยู่ หรือมีผลึกน้ำแข็งจำนวนมากผิดปกติ เพราะอาจเป็นร่องรอยของการเก็บนานหรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงระหว่างขนส่ง
เนื้อปลาที่มีสีคล้ำ แห้งตามขอบ หรือมีรอยไหม้จากความเย็นอาจสูญเสียรสชาติและเนื้อสัมผัส แม้รอยไหม้จากความเย็นจะไม่ทำให้อาหารเป็นพิษโดยตรง แต่สะท้อนว่าคุณภาพของปลาอาจลดลงแล้ว
ข้อควรรู้คือ ปลาไม่ได้กลายเป็นอันตรายทันทีเพียงเพราะละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็ง ตามคำแนะนำของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ อาหารที่ละลายในตู้เย็นและยังคงอยู่ในอุณหภูมิปลอดภัยสามารถนำกลับไปแช่แข็งได้ แต่อาจสูญเสียความชุ่มฉ่ำและคุณภาพ
หากละลายปลาด้วยไมโครเวฟหรือแช่น้ำเย็นและคุณภาพ
หากละลายปล ควรปรุงให้สุกก่อนนำไปแช่แข็งอีกครั้ง และไม่ควรปล่อยปลาไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน วิธีที่สะดวกที่สุดคือแบ่งปลาเป็นส่วนตามปริมาณที่จะใช้ก่อนแช่แข็ง เพื่อไม่ต้องละลายทั้งชิ้นซ้ำๆ
ตรวจเหงือก:
แนวทางด้านโภชนาการโดยทั่วไปสนับสนุนให้ผู้ใหญ่รับประทานอาหารทะเลประมาณ 2 มื้อต่อสัปดาห์ โดยหนึ่งมื้อสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 4 ออนซ์ หรือราว 113 กรัมก่อนปรุง ไม่ใช่ครั้งละ 300-500 กรัมตามคำแนะนำในข้อมูลต้นทาง
ควรสลับชนิดปลาเพื่อให้ได้รับสารอาหารหลากหลายและลดความเสี่ยงจากการได้รับสารปนเปื้อนชนิดเดิมซ้ำๆ ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และเด็กเล็กควรเลือกปลากลุ่มปรอทต่ำ พร้อมปรับขนาดอาหารตามช่วงวัย
ด้านวิธีปรุง สามารถเลือกนึ่ง ต้ม อบ ย่าง หรือผัดโดยใช้น้ำมันในปริมาณพอเหมาะ ไม่จำเป็นต้องงดของทอดอย่างเด็ดขาด แต่ควรหลีกเลี่ยงการทอดจนไหม้และการใช้น้ำมันเสื่อมสภาพซ้ำหลายครั้ง
ปลาที่ควรวางคืนแผงทันทีคือปลาที่มีกลิ่นเปรี้ยว กลิ่นแอมโมเนียหรือสารเคมี เนื้อนิ่มเละ สีเปลี่ยนผิดปกติ รวมถึงปลาแช่แข็งที่บรรจุภัณฑ์เสียหายหรือมีร่องรอยการควบคุมอุณหภูมิไม่ดี ส่วนปลาใหญ่ไม่ควรถูกเหมารวมว่าอันตรายทั้งหมด เพราะสิ่งสำคัญกว่าคือชนิดปลา แหล่งที่มา และระดับปรอทของปลาแต่ละชนิด
การเลือกปลาจึงไม่ควรตัดสินจากราคาถูก ขนาดใหญ่ หรือรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว เลือกสินค้าจากแหล่งที่เชื่อถือได้ สังเกตทั้งตา เหงือก เนื้อ กลิ่น และระบบความเย็น จะช่วยให้ได้ปลาที่ทั้งอร่อย มีคุณค่าทางอาหาร และปลอดภัยต่อทุกคนในครอบครัว