ผบ.ตร. ขอโทษ ยันไม่ปกป้องคนผิด
อันยู่ชิง เคลื่อนไหวอีกรอบ หลังถูกตำรวจไถเงิน 27,000 ผบ.ตร. ขอโทษแล้ว ยันไม่ปกป้องคนผิด เตรียมงบจ่อซื้อกล้องติดตามการทำงานของตำรวจ เพื่อความโปร่งใส
จากกรณี อันยู่ชิง หรือ ชาร์ลีน อัน ดาราสาวชาวไต้หวัน ที่มาเที่ยวเมืองไทยเมื่อช่วงปีใหม่ แต่กลับถูกไถเงิน 27,000 บาท เมื่อมาเจอด่านตำรวจ และได้นำเรื่องนี้มาโพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัว นำไปสู่การเปิดโปงความฉาว กลายเป็นเรื่องราวที่ประชาชนรอติดตามว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร
อ่านข่าว : ไล่เรียงต้นจนจบ ดาราไต้หวัน VS ตำรวจไทย จากไถเงินสู่การดิสเครดิตสาว สอบสวนจนจำนน
ล่าสุด (31 มกราคม 2566) อันยู่ชิง มีการเคลื่อนไหวผ่านทางอินตาแกรมอีกครั้ง โดยโพสต์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษ ใจความว่า “ขอขอบคุณ BBC และทุกท่าน รวมถึงสื่อทุกสื่อจากไต้หวัน ที่ได้ร่วมสละเวลาอันมีค่าเพื่อรับฟังและแชร์ความจริง
ขอบคุณในทุก ๆ คำพูดที่แสดงถึงการให้กำลังใจ
เพื่อสนับสนุนและใส่ใจในการให้ความช่วยเหลือฉัน
ให้ก้าวผ่านบาดแผลและความมืดมิด
ขอบคุณในน้ำใจสำหรับสิ่งที่เพื่อนใหม่ชาวไทยร่วมกันทำ
คุณสอนให้ฉันได้รู้จักความกล้าหาญที่ไม่มีกำแพงด้านภาษามาปิดกั้น
ประเทศไทย วัฒนธรรมไทย ประชาชน อาหาร จะเป็นสิ่งที่พิเศษกับฉันเสมอไป
ฉันจะมองไปข้างหน้าเพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้น สำหรับการมาเยือนในอนาคต
การค้นพบความจริง จะทำให้เรื่องนี้ยุติลง”
ผบ.ตร. เผยไม่ปกป้องคนผิด ขอเวลาตรวจสอบอีกระยะ
ขณะที่ เดลินิวส์ รายงานว่า พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(ผบ.ตร.) กล่าวว่า ขณะนี้รอรับฟังผลการสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล
(บช.น.) อยู่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนทุกอย่าง
โดยเมื่อวานนี้ (30 มกราคม) พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
ผบช.น. ได้มีคำสั่งให้ ผกก.สน.ห้วยขวาง มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ไปแล้ว
ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งให้มีการสอบสวนพยานต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนของ
บช.น. ก็ทำงานอยู่
ยืนยันว่าจะทำตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐานใครผิดก็ว่าไปตามผิด
ทั้งอาญาและวินัย ทางการปกครอง ก็จะดูว่าใครบกพร่องอะไรบ้าง
ทั้งนี้ ในการตั้งด่านวันนั้นมีคนจำนวนมาก จะดูให้เกิดความชัดเจนในทุก ๆ
คน ให้เกิดความเป็นธรรมว่าใครผิด ใครบกพร่องอะไรบ้าง ขอเวลาอีกสักระยะ
เพื่อให้เกิดความแน่ชัดทุกอย่างและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ยืนยันว่าจะทำอย่างตรงไปตรงมาแน่นอน คนผิดก็ต้องถูกลงโทษ
ส่วนเรื่องพยาน ตอนนี้อยู่ระหว่างการประสานงานที่จะนำมาสอบสวน
สมมติถ้าไม่มาทางตำรวจก็จะเดินทางไปสอบสวนให้รู้ความจริงทุกอย่างให้ได้
เพื่อให้ปรากฏชัดเจนว่าใครผิดบ้าง ใครบกพร่องบ้าง
ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการแต่ขอเวลาสักระยะหนึ่ง
โดยเรื่องนี้ตนได้เข้ามาควบคุมกำกับดูแลด้วยตนเอง
เตรียมงบจ่อซื้อกล้องติดตามการทำงานของตำรวจ เพื่อความโปร่งใส
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของตำรวจค่อนข้างจะมีภาพลบ
การสร้างภาพลักษณ์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ผบ.ตร. กล่าวว่า
ช่วงนี้เป็นช่วงการแต่งตั้งโยกย้าย หลังจากเข้าไปรับตำแหน่งใหม่แล้ว
ก็คงจะมีการประชุมและกำชับอีกที มีมาตราการที่เข้มข้นขึ้น
ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา เอาให้จริงจัง
ต้องโปร่งใสมากขึ้น ต้องพยายามใช้กล้องในการทำงานให้ได้เร็วที่สุด
เพราะว่าตอนนี้มีกล้องอยู่จำนวนหนึ่งแล้ว
กล้องอาจจะไม่ครบแต่ได้ของบประมาณเพิ่มเติมแล้ว
เพื่อให้ซื้อกล้องในการทำงานให้ครบ ให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น
จะได้ไม่มีรอยโหว่ในการทำงาน
ผบ.ตร. ขอโทษผู้เสียหาย
พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า อยากให้ความเชื่อมั่นว่าในเรื่องต่าง ๆ
ในฐานะผู้รักษากฎหมาย ถ้าเกิดตำรวจผู้รักษากฎหมายทำผิด
ก็ต้องลงโทษอย่างจริงจัง และก็ตำรวจดี ๆ ยังมีอีกเยอะ ก็อยากให้กำลังใจด้วย
ใครไม่ดีก็ว่ากันไป
ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุดและเน้นว่าเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก
ได้มีการกำชับตำรวจ ตม., ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจพื้นที่
จะต้องดูแลนักท่องเที่ยวให้ดีที่สุด
เรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความบกพร่องอะไรไป
ในฐานะหัวหน้าหน่วยก็ต้องขอโทษผู้ที่ได้รับความเสียหายในเรื่องนี้กับเรื่องที่เกิดขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์