สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความร้อนแรง หลังสหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน พร้อมกระแสข่าวการสังหาร อาลี คาเมเนอี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้สายตาทั่วโลกจับจ้องไปยังศักยภาพทางทหารของเตหะราน โดยเฉพาะ “คลังแสง” ของทั้ง 3 เหล่าทัพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของดุลอำนาจในภูมิภาค
ข้อมูลจากรายงาน Military Balance 2025 ของ International Institute for Strategic Studies (IISS) และฐานข้อมูลด้านความมั่นคงอย่าง armedforces.eu ระบุว่า อิหร่านมีกำลังพลรวมราว 610,000 นาย แบ่งเป็นกองทัพประจำการประมาณ 350,000 นาย และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ราว 190,000 นาย
และข้อมูลจาก globalfirepower ล่าสุดระบุว่า กองทัพอิหร่าน มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับที่ 16 ของโลก ส่วน สหรัฐอเมริกา รั้งอันดับ 1 และ อิสราเอล อยู่อันดับ 15 ของโลก
กองทัพบกอิหร่านมีกำลังพลราว 350,000 นาย ครอบครองรถถังหลักมากกว่า 1,500 คัน อาทิ T-72, Zulfiqar ที่พัฒนาในประเทศ รวมถึง M47/M48 Patton และ M60A1 Samsam จากยุคก่อนปฏิวัติ นอกจากนี้ยังมีรถเกราะลำเลียงพลและยานรบหุ้มเกราะจำนวนมาก
แม้ยุทโธปกรณ์จำนวนหนึ่งเป็นเทคโนโลยีเก่าจากสหรัฐฯ โซเวียต และจีนที่ถูกนำมาปรับปรุงใหม่ แต่นักวิเคราะห์มองว่าโครงสร้างกำลังรบของอิหร่านเหมาะกับ “สงครามตั้งรับ” และการรบยืดเยื้อมากกว่าปฏิบัติการรุกสายฟ้าแลบ
กองทัพบกใช้อาวุธหลากหลายแบบ ทั้งที่ผลิตเองและนำเข้าหรือดัดแปลง เช่น
ปืนพก: PC-9 Zoaf, CZ 75, Glock 17/19, FN Hi-Power, Colt M1911A1
ปืนกลมือ: Tondar series, Beretta M12, Star Z84, Uzi
ปืนไรเฟิลต่อสู้/จู่โจม: G3A6, Masaf 1/2, Zulfiqar Z1, Azarakhsh, KH-2002 Khaybar, AK-133, Sayyad 5.56, Fajr 224, M4 Carbine, M16A4, Type 56
ปืนซุ่มยิงและต่อต้านยุทโธปกรณ์: Nakhjir, Siyavash, Taher, Hovaza, Steyr HS .50, Shaher, Taktab, Arash
ปืนกลประจำหน่วย: M249, RPK, PKM/PKT, Rheinmetall MGA3, W85, MGD 12.7, Moharram
เครื่องยิงลูกระเบิด: Nasir, Kaveh-30, GP-25, M79
เครื่องยิงจรวด: Fath, Nafez, Zafar, Saegheh, RPG-7, RPG-29 Ghadir, Type 69 RPG
ปืนไร้แรงสะท้อน: SPG-9, M40
ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง: Saeghe 1/2, Toophan, Dehlavie, Almas, Raad, 9K111 Fagot, 9M113 Konkurs (Towsan-1), 9K115-2 Metis-M
ขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานภาคพื้น: Qaem
รถถังหลัก: T-72S, T-72 Rakhsh, Zulfiqar 1/3, Karrar, Mobarez, Chieftain, T-62, M47/M48 Patton, M60A1 Samsam, Type 722 Safir-74
รถถังเบา: Tosan, FV101 Scorpion
ยานรบหุ้มเกราะ: BMP-1/2, Boragh, M113A1, Sayyad, Kia, Ra’ad, Rakhsh APC, EE-9 Cascavel, EE-11 Urutu, BTR-50, WZ-551, Toofan
ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์: Murmansk-BN, Krasukha
ปืนใหญ่อัตตาจร: 2S1 Gvozdika, Raad 1/2, M109, M-107, M-110, M-1978
จรวดหลายลำกล้อง: BM-21 Grad, Fajr-3, Fajr-5, Type 63, Hadid
ขีปนาวุธพื้นสู่พื้น: Fateh-110, Tondar-69
ขีปนาวุธระยะใกล้/กลาง: Shaheen-1, Shaheen-2
กองทัพอากาศอิหร่านมีกำลังพลประมาณ 37,000 นาย มีเครื่องบินรบประจำการราว 250 ลำ หลายแบบเป็นเครื่องบินจากยุคก่อนปี 1979 เช่น F-4, F-5 และ F-14 ซึ่งยังคงใช้งานผ่านการซ่อมบำรุงและดัดแปลงภายในประเทศ เนื่องจากข้อจำกัดจากมาตรการคว่ำบาตร
Panha 2091
IAIO Toufan
CH-47 Chinook
Bell 206, Bell 214
Mi-17
HESA Shahed 274/278/285
Agusta-Bell 212
Bell UH-1N Twin Huey
Sikorsky SH-3, CH-53
อิหร่านถือเป็นหนึ่งในประเทศที่พัฒนาโดรนเชิงรุกอย่างจริงจัง
อิหร่านสร้างระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบหลายระดับ ครอบคลุมตั้งแต่ระยะไกลถึงระยะประชิด
Arman
Bavar-373
Talaash
S-300PMU2
Sayyad-1/2/3 (Khordad 15)
S-200 Ghareh, S-200 Fajr-8
Raad-1/2, Khordad-3
2K12 Kub
Kamin-2
MIM-23 Hawk
Zubin, Azarakhsh, Tor, Herz-9, Ya Zahra-3, Rapier
Misagh-1/2/3, Soheil, Qaem
ปืนต่อสู้อากาศยาน: ZSU-23-4 Shilka, ZSU-57-2, ZU-23-2, Mesbah 1, Sa’ir, Samavat
ยุทธศาสตร์ทางทะเลของอิหร่านเน้น “อสมมาตร” ใช้เรือเร็วติดอาวุธ ทุ่นระเบิด และเรือดำน้ำขนาดเล็ก เพื่อควบคุมน่านน้ำแคบในอ่าวเปอร์เซีย
ข้อมูลประเมินว่ามีสินทรัพย์ทางเรือราว 109 หน่วย รวมถึงเรือดำน้ำ 25 ลำ เรือฟริเกต 7 ลำ เรือคอร์เวต 3 ลำ และเรือยามฝั่งจำนวนมาก
เรือฟริเกต ชั้น Moudge
เรือฟริเกต ชั้น Alvand
เรือคอร์เวตต์ ชั้น Bayandor
เรือคอร์เวตต์ ชั้น Hamzeh
ชั้น Kilo
ชั้น Fateh
ชั้น Nahang
ชั้น Ghadir
แม้ยุทโธปกรณ์จำนวนไม่น้อยจะเป็นเทคโนโลยีจากยุคสงครามเย็น แต่การผสมผสานระหว่างการพัฒนาในประเทศ ระบบมิสไซล์ และโดรน ทำให้อิหร่านยังคงเป็นกำลังสำคัญในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และอิสราเอลยังไม่คลี่คลาย
คลังแสงของอิหร่านจึงไม่ใช่แค่ตัวเลขกำลังพลหรือจำนวนอาวุธ แต่เป็นปัจจัยกำหนดสมดุลอำนาจในภูมิภาคที่ทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางภาวะสงครามที่สะเทือนโลกอยู่ในตอนนี้