ลูกคิดว่าพ่อทิ้งมา 20 ปี ตามหาจนเจอ ความจริงพลิก คนที่หลอกมาตลอดชีวิต คือแม่

schedule
2023-08-03 | 08:50h
update
2026-09-05 | 10:58h
person
lasvegasnews.media
domain
lasvegasnews.media


         ลูกสาวจมทุกข์ คิดว่าพ่อทิ้งมา 20 ปี โตขึ้นมาตามหาจนเจอ ความจริงพลิกกลับตาลปัตร คนที่หลอกมาตลอดชีวิต คือแม่

         เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2566 เว็บไซต์ CTWANTAMP
เผยเรื่องราวของ ฟุกะ
หญิงสาวชาวอเมริกันเชื้อชาติญี่ปุ่น วัย 24 ปี โดยตั้งแต่ 4 ขวบ
แม่ของเธอได้พาเธอพร้อมน้องชาย ย้ายมาตั้งถิ่นฐานรกรากอยู่ที่สหรัฐอเมริกา
โดยแม่บอกให้เธอเข้าใจมาตลอดชีวิตว่า
พ่อผู้ให้กำเนิดทอดทิ้งพวกเธอไปตั้งแต่ยังเด็ก
ทำให้แม่ต้องพาเธอมาอยู่ที่ต่างแดน โดยมีสามีใหม่ของแม่เป็นพ่อเลี้ยง

         อย่างไรก็ตาม
การใช้ชีวิตและเติบโตของฟุกะไม่ได้มีความสุข เธอมักจะถูกทำร้าย
ยกตัวอย่างเช่นครั้งหนึ่งเมื่อตอนเด็ก ๆ
แม่จับได้ว่าเธอแอบขโมยเครื่องสำอางไปใช้
เธอถูกแม่ลงโทษโดยการจับมัดไว้กับเก้าอี้และตัดผมของเธอทิ้ง
กลายเป็นความทรงจำที่เลวร้ายและเจ็บปวด
เมื่อโตขึ้นมาเธอก็พึ่งพาตัวเองเป็นส่วนใหญ่
เธอแยกมาอาศัยตามลำพังและเรียนจบด้วยทุนการศึกษาเต็มจำนวนของทางมหาวิทยาลัย

         หลังจากเรียนจบเมื่อปีที่ผ่านมา ฟุกะบังเอิญได้รู้ว่า แม้จะเป็นพลเมืองอเมริกัน แต่เธอยังคงถือสัญชาติญี่ปุ่นอยู่ด้วย เธอจึงตัดสินใจกลับไปที่ประเทศบ้านเกิด ในเมืองเมียวโกะ จังหวัดนีงาตะ ของประเทศญี่ปุ่น เพื่อไปเยี่ยมคุณยายของเธอ ตามข้อมูลที่เธอได้ทราบมา เมื่อเธอกลับไป ก็พบว่าคุณยายมีอายุมากถึง 84 ปีแล้ว ปัจจุบันคุณยายดูแลกิจการวัดของครอบครัว คุณยายดีใจมากที่ได้เห็นหน้าหลานสาวอีกครั้ง 

Advertisement

         ฟุกะใช้เวลาอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นกับคุณยายเป็นช่วงเวลาหนึ่ง ในตอนนั้นเธอก็ได้เห็นภาพถ่ายของครอบครัวในอดีต มีพ่อ แม่ และตัวเธอที่ยังเล็ก ฟุกะจึงมีความคิดอยากที่จะตามหาพ่อแท้ ๆ ของเธอ พอกลับมาที่สหรัฐฯ เธอได้โพสต์รูปภาพของพ่อแชร์ลง TikTok โดยหวังว่าพลังแห่งโซเชียลจะช่วยเธอได้ และหลังจากนั้นไม่นาน ชาวเน็ตก็นำข่าวดีมาให้เธอ พบเฟซบุ๊กของชายที่น่าจะเป็นพ่อของเธอและมีชื่อเดียวกัน

         ฟุกะลองส่งข้อความส่วนตัวไปหาที่เฟซบุ๊กนั้น แต่ก็ไม่มีการตอบรับใด ๆ อาจเป็นเพราะเขาไม่ค่อยใช้โซเชียล แต่ภายหลังจากที่เรื่องราวการตามหาพ่อของเธอบน TikTok ถูกแชร์ต่อกันออกไปและกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ในที่สุดพ่อของเธอก็ได้รับรู้ เขาตอบกลับมาถึงฟุกะ และทั้งสองก็ได้นัดพบกัน

         ฟุกะได้เจอหน้าพ่อครั้งแรกในรอบ 20 ปี เธอดีใจมาก ๆ แต่ที่ทำให้เธอประหลาดอย่างที่สุดก็คือ เธอได้รู้ความจริงเบื้องหลังของความเชื่อที่มีตลอดชีวิตว่า “พ่อทิ้งแม่และเธอไปตั้งแต่เด็ก” พ่อกล่าวว่า “เหรียญมีสองด้าน เรื่องราวต่าง ๆ ก็เช่นกัน แม่ของเธออาจจะพูดแบบหนึ่ง แต่ความจริงก็อาจจะมีอีกด้านเช่นเดียวกัน”

         พ่อของฟุกะอธิบายเรื่องราวว่า ครอบครัวของแม่เธอดำเนินกิจการวัด ซึ่งได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นเป็นเวลาหลายร้อยปี หลังจากพ่อและแม่แต่งงานกัน ทางครอบครัวของแม่วางแผนที่จะส่งต่อให้พ่อและแม่เป็นผู้ดูแลต่อ พ่อในฐานะลูกเขย จึงต้องไปเรียนเพิ่มเติมเพื่อขอใบประกอบวิชาชีพสงฆ์ แต่หลังจากที่พ่อเรียนจบก็กลับมาพบว่า แม่พาลูกสาวและลูกชายย้ายไปอยู่ที่สหรัฐฯ

         หลังจากนั้นต่อมา เมื่อวีซ่าเข้าประเทศของแม่และลูก ๆ หมดอายุ แม่จึงพาลูก ๆ กลับมาญี่ปุ่น ตอนนั้นแม่ได้ทำเรื่องหย่ากับพ่อ พร้อมทำข้อตกลงมอบอำนาจการดูแลบุตรให้พ่อ พร้อมสัญญาว่าจะให้ลูกอยู่ในประเทศ แต่สุดท้ายแม่ก็ผิดข้อตกลง พาลูก ๆ ย้ายไปอยู่ที่สหรัฐฯ อย่างถาวร และแม้ว่าพ่อจะพยายามฟ้องร้องต่อศาล แต่ก็ไม่ได้รับสิทธิ์ดูแลลูก

         พ่อเผยว่า ในช่วง 1-2 ปี แรกพ่อทุกข์ทรมานใจมาก เขาจะฝันว่าลูก ๆ กลับมาหาเขาเกือบทุกคืน และยังคงจำมันได้จนถึงทุกวันนี้ ฟุกะรู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้รู้ความจริงว่าพ่อไม้ได้เป็นผู้ทอดทิ้ง และไม่เคยทิ้งเธอไปเลย แต่เป็นแม่ต่างหากที่หลอกเธอให้เชื่อเช่นนั้นมาตลอดชีวิต


         หลังจากครั้งนั้น ฟุกะก็ได้มีโอกาสกลับไปญี่ปุ่น เพื่อพบกับพ่อของเธออีกครั้ง ซึ่งพ่อได้แต่งงานกับภรรยาใหม่และมีลูกชายด้วยกันอายุ 2 ขวบครึ่ง แต่แม้ว่าพ่อจะมีครอบครอบครัวใหม่ แค่พ่อก็ยังเป็นห่วงเธออยู่เสมอ พ่อบอกว่าเขารู้สึกมีความสุขและเศร้าในขณะเดียวกัน เนื่องจากตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยได้อยู่ในชีวิตและดูแลลูก ๆ อย่างไรก็ดี เขารู้สึกโชคดีและขอบคุณฟุกะมากที่เกิดมาเป็นลูก แม้จะพลัดพรากจากกันไป แต่ก็พยายามตามหาจนได้กลับมาเจอกันอีกครั้งเช่นนี้ รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างที่สุด



ขอบคุณข้อมูลจาก CTWANTAMP, Hk01





Source link

Advertisement

Imprint
Responsible for the content:
lasvegasnews.media
Privacy & Terms of Use:
lasvegasnews.media
Mobile website via:
WordPress AMP Plugin
Last AMPHTML update:
05.09.2026 - 10:59:07
Privacy-Data & cookie usage: