นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันอังคาร (6 ก.ค.) เตือนว่าความต้องการห้องไอซียูสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 อาจเพิ่มเป็นเท่าตัวในอีก 3 เดือนข้างหน้า และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเบิกจายงบประมาณมาใช้ เพื่อเสริมจำนวนห้องรับรองผู้ป่วยปานกลาง (สีเหลือง) และผู้ป่วยหนัก (สีแดง)
“สถาบัน Institute of Health Metrics and Evaluation (IHME) ของ University of Washington ได้คาดการณ์สถานการณ์ในไทยไว้ว่า ในวันที่ 1 ตุลาคม ประเทศไทยจะต้องใช้เตียง ICU รองรับผู้ป่วยโควิดถึง 3,120 เตียง ซึ่งเป็นมากกว่าเท่าตัวของความต้องการในปัจจุบันที่เตียงก็เต็มแล้ว” นายพิธา โพสต์
นายพิธามองว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้ห้องรองรับผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดงไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ที่กู้เงินมา มาเพิ่มจำนวนอุปกรณ์การแพทย์และเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้เร็วที่สุด ไม่ใช่ทำงานช้าหรือเพิกเผยอย่างที่เป็นอยู่
“น่าเศร้าที่รัฐบาลกลับเพิกเฉยต่อความสำคัญของการเพิ่มศักยภาพตรงนี้ เมื่อผมย้อนดูผลการเบิกจ่ายงบประมาณในการปรับปรุงระบบสาธารณสุขตามแผน พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ตามที่ปรากฎในเอกสารของกรมบัญชีกลางเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม (ซึ่งเป็นข้อมูลการเบิกจ่ายจนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม)
ผลปรากฎว่า รัฐบาลยังแทบไม่ได้ซื้ออะไรเลยจากงบประมาณอนุมัติให้ซื้อ
หัวหน้าพรรคก้าวไกลรายนี้ ให้ความเห็นอีกว่า นอกจากอุปกรณ์เหล่านี้แล้ว ยังพบว่าตู้แช่วัคซีนยังมีแผนจัดซื้อมาแค่ 16 ตู้ แถมตู้ที่สามารถทำความเย็นได้ถึง -80 องศาเซลเซียส สำหรับจัดเก็บวัคซีนแบบ mRNA ของไฟเซอร์และโมเดอร์นา ก็มีเพียง 1 รายการเท่านั้น
เหตุนี้ทำให้ตนคิดว่า รัฐบาลไม่มีความพร้อมในการใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบ mRNA มาตั้งแต่แรกหรือไม่
“นอกจากการจัดซื้อเพื่อเตรียมความพร้อมระบบสาธารณสุขจะล่าช้าเกินไปมากแล้ว ผลการเบิกจ่ายยังแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้เตรียมความพร้อมกับการกระจายวัคซีนเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากปรากฎว่ามีรายการที่เกี่ยวกับตู้แช่เพียง 16 รายการเท่านั้น และมีรายการที่เกี่ยวกับตู้แช่ -80 องศา มูลค่า 1.6 ล้านบาท เพียง 1 รายการเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจะไม่มีความพร้อมในการจัดสรรและกระจายวัคซีน mRNA เลย หากรัฐบาลได้วัคซีน Pfizer มา 1.5 ล้านโดสในเดือนกรกฎาคมนี้ และอีก 20 ล้านโดสมาในไตรมาส 4”