ผู้ป่วยภาวะไขมันพอกตับไม่จำเป็นต้องงดรับประทานเนื้อสัตว์เสมอไป โดยนักโภชนาการได้ออกมาเปิดเผยงานวิจัยต่างประเทศที่ชี้ให้เห็นว่า เพียงแค่ปรับเปลี่ยนชนิดของโปรตีนในมื้ออาหาร โดยเน้นการรับประทานเนื้อปลาเป็นหลัก แทนการกินเนื้อแดง ก็สามารถช่วยลดปริมาณไขมันในตับและฟื้นฟูระบบเมตาบอลิซึมของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งานวิจัยอ้างอิงจากการทดสอบในกลุ่มผู้ป่วยภาวะไขมันพอกตับ จำนวน 34 คน โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกให้รับประทานเนื้อปลาเป็นหลัก และอีกกลุ่มรับประทานเนื้อปลานสลับกับเนื้อแดง ภายใต้การควบคุมปริมาณแคลอรีและการออกกำลังกายที่เท่ากัน เมื่อผ่านไป 84 วัน พบว่ากลุ่มที่เน้นกินเนื้อปลา มีค่าไขมันในตับลดลงถึง 4.89% ขณะที่กลุ่มที่กินสลับลดลงเพียง 1.83% เท่านั้น
นอกจากนี้ กลุ่มที่รับประทานเนื้อปลายังมีผลการตรวจเลือดและค่าการทำงานของตับที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งค่าเอนไซม์ตับ (ALT, GGT) ระดับไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) น้ำตาลในเลือดช่วงอดอาหาร รวมถึงสารก่อการอักเสบในร่างกายที่ลดลงตามไปด้วย
iStockphoto
ผู้เชี่ยวชาญได้สรุปเหตุผลสำคัญ 3 ประการ ที่ทำให้เนื้อปลาช่วยส่งเสริมสุขภาพตับและลดไขมันได้ดีกว่าเนื้อแดง ดังนี้:
สำหรับแนวทางการรับประทานอาหาร ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลำดับความสำคัญของโปรตีนจากสัตว์เป็น “ปลา > ไข่ > เนื้อแดง” โดยเน้นอาหารจากพืช ทานผัก ธัญพืช และถั่วให้เพียงพอ สำหรับคนที่ติดการกินเนื้อสัตว์ สามารถเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการลดสัดส่วนเนื้อแดงแล้วแทนที่ด้วยปลาที่มีโอเมก้า-3 สูง เพื่อสุขภาพตับที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน