กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาในวงการประวัติศาสตร์และดาราศาสตร์อีกครั้ง เมื่อ เซฟี เลวี นักวิจัยอิสระ ได้เปิดเผยรายงานการศึกษาฉบับใหม่ลงในวารสาร SSRN ที่อยู่ระหว่างการรอประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยอ้างว่าพบ “รหัสลับทางคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์” ซ่อนอยู่ในสัดส่วนความสูง ฐาน และความเอียงของมหาพีระมิดแห่งกิซา โบราณวัตถุอายุ 4,500 ปี จนถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเหมือน “รหัสลับดาเวนชี” แห่งโลกอียิปต์โบราณ
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ตำราเรียนประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่ามหาพีระมิดสร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานฝังพระศพของฟาโรห์คูฟู ทว่างานวิจัยของเลวีระบุว่า สัดส่วนโครงสร้างทั้งหมดของพีระมิดถูกออกแบบมาเพื่อบันทึกและเก็บรักษาองค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ของชาวอียิปต์โบราณเอาไว้ชั่วกัลปาวสาน
เลวีระบุว่า “พีระมิดไม่ใช่สิ่งบรรจุความรู้ แต่ตัวพีระมิดนั่นแหละคือความรู้ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยหิน”
AMIR MAKAR / AFP
นักวิจัยคำนวณสัดส่วนหลักของพีระมิดโดยใช้วิธีเศษส่วนของอาลักษณ์อียิปต์โบราณ และพบว่าตัวเลขที่ได้ไปตรงกับวงจรการหมุนเวียนของดวงดาวและปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อย่างน่าทึ่ง:
เพื่อพิสูจน์ว่าสัดส่วนเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ เลวีได้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์สร้างโมเดลพีระมิดจำลองทรงอียิปต์โบราณที่มีสัดส่วนแตกต่างกันถึง 100,000 แบบ ผลปรากฏว่ามีเพียง 2,419 แบบ หรือคิดเป็น เพียง 2.4% เท่านั้น ที่มีตัวเลขสอดคล้องกับรูปแบบทางคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์เช่นเดียวกับมหาพีระมิด
iStockphoto
นอกจากนี้ เลวียังเสนอทฤษฎีเพิ่มเติมว่า มหาพีระมิดอาจไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงฟาโรห์คูฟู แต่สร้างขึ้นเพื่อบูชา “เบนเบน” โนนดินแห่งการกำเนิดตามเทพปกรณัมอียิปต์ ซึ่งเขาเชื่อว่าเชื่อมโยงกับ “ดวงตาแห่งซาฮารา” ในประเทศมอริเตเนีย อันเป็นถิ่นที่อยู่เดิมของบรรพบุรุษอียิปต์ก่อนจะอพยพมายังลุ่มแม่น้ำไนล์เนื่องจากความแห้งแล้ง
อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีเรื่องการอพยพนี้ยังคงไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มาสนับสนุนอย่างเป็นทางการ
งานวิจัยชิ้นนี้นับเป็นอีกหนึ่งในระลอกความสนใจเกี่ยวกับปริศนาพีระมิด หลังจากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยชาวอิตาลีเคยเสนอการค้นพบหลักฐานความเป็นไปได้ของสฟิงซ์ตัวที่สองและนครใต้ดินใต้พีระมิดกิซาเช่นเดียวกัน