ตอกย้ำความสำเร็จโครงการเฟ้นหาดีไซเนอร์นักธุรกิจรุ่นใหม่ “VOGUE Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund 2019” ปีที่ 6 ประกาศผลผู้ชนะพร้อมรับรางวัลมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญตลอด 1 ปี

schedule
2019-09-12 | 19:13h
update
2026-09-08 | 15:55h
person
lasvegasnews.media
domain
lasvegasnews.media


Sharing is caring!

ประสบความสำเร็จอย่างสูงกัโครงการ VOGUE Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund 2019 (โว้ก ฮูส์ ออนเน็กซ์, เดอะ โว้ก แฟชั่น ฟันด์2019) โดย  โว้ก ประเทศไทย (VOGUE THAILAND) สื่อที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสื่อแฟชั่นทรงอิทธิพลที่สุดเล่มหนึ่งของโลก จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ที่มีผลงานการออกแบบและแผนการตลาดที่โดดเด่น ซึ่งถือเป็นปีที่ 6 แล้ว โดยพร้อมแล้วที่จะประกาศผลผู้ชนะเลิศโครงการ และเผยโฉม 10 ผู้เข้ารอบสุดท้ายผ่านแฟชั่นโชว์และโชว์เคสเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก ในวันที่ 12กันยายน 2562
แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

คุณกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหาร นิตยสารโว้ก ประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการนี้
ได้ผลักดันและสร้างโอกาสให้กับดีไซเนอร์ไทยกว่า 50 แบรนด์ให้ได้รับความรู้ ประสบการณ์ รวมถึงสร้างชื่อเสียงโดยใช้ชื่อโว้กเป็นใบเบิกทางจนโด่งดังไม่ใช่แค่ในเมืองไทยเท่านั้นแต่ยังเป็นที่ยอมรับในระดับสากลด้วย ซึ่งปีนี้ถือเป็น  ปีที่ 6 แล้ว สิ่งที่เราได้เห็นจากผู้สมัครทั้งหมด คือการที่พวกเขาได้เตรียมตัวมาอย่างดี และศึกษาโครงการนี้ จากปีก่อนๆ ซึ่งตัวดีไซเนอร์เองก็มีการปรับความคิดให้เข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ทัน
ต่อความเปลี่ยนแปลง โดยโครงการนี้ไม่ได้ต้องการนักออกแบบที่ดีที่สุด แต่เราอยากให้คุณเป็นนักออกแบบที่เข้าใจการทำธุรกิจควบคู่ไปด้วย ดังนั้นคณะกรรมการที่เชิญมา ล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริโภคที่อยู่ในวงการแฟชั่นจริงๆ ความคิเห็นและความรู้ต่างๆ  ที่ถ่ายทอดให้ทุกคน สามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งเกณฑ์การตัดสินของโครงการนี้ 50% คืองานดีไซน์ และ อีก 50% คือเรื่องของการวางแผนธุรกิจ เพราะดีไซน์อย่างเดียวไม่สามารถทำให้คุณเป็น. ผู้ชนะได้

สำหรับคณะกรรมการซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ที่ให้เกียรติมาร่วมให้ความรู้และถ่ายอดประสบการณ์ได้แก่ คุณวรัตดา ภัทโรดม, คุณโสภาวดี เพชรชาติ, คุณฮัสซัน บาซาร์, คุณมลลิกา
เรืองกฤตยา, คุณศุภจักร ไตรรัตโนภาส ,คุณสธน  ตันตราภรณ์ , คุณจิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล และคุณจงกล พลาฤทธิ์ เป็นต้น โดยตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ ดีไซเนอร์จะได้รับภารกิจอันท้าทายซึ่งจะช่วยให้พัฒนาตัวเองและสร้างความชัดเจนของแบรนด์ ขณะเดียวกันคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะคอยให้คำปรึกษาทั้งในด้านการออกแบบและการวางแผนธุรกิจ ซึ่งแบรนด์ที่พัฒนาได้อย่างโดดเด่นก็จะเป็นผู้ชนะเลิศในโครงการ และได้รับรางวัลมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นตลอด 1 ปีเต็ม

“ทั้งนี้ ดีไซเนอร์ที่ผ่านเข้ารอบยังได้พื้นที่แสดงผลงานกับโว้กทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นนิตยสาร ดิจิทัล
ไปจนถึงแฟชั่นโชว์ ซึ่งเป็นหนึ่งในความฝันของดีไซเนอร์หลายคน และที่สำคัญหัวใจของโครงการไม่ได้อยู่ที่การมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเท่านั้น แต่เป็นการส่งเสริมดีไซเนอร์ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดให้ได้รับความรู้อย่างที่หาที่ไหนไม่ได้ และชัยชนะเป็นเพียงถ้วยรางวัลเท่านั้น หากแต่ประสบการณ์ในการเข้าร่วมโครงการต่างหากที่สำคัญยิ่งกว่า
บรรณาธิการบริหาร นิตยสารโว้ก ประเทศไทย กล่าว

Advertisement

จากจำนวนผู้เข้ามสมัครมากกว่า 50แบรนด์ ถูกคัดกรองจนเหลือผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย ในงานนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่ดีไซเนอร์ผู้เข้ารอบจะได้จัดแสดงผลงานการออกแบบของพวกเขาเอง โดยตลอดโครงการผู้เข้ารอบต่างได้รับคำแนะนำอย่างเข้มข้นจากที่ปรึกษาและคณะกรรมการของโครงการฯ อีกทั้งต้องฝึกฝนทักษะต่างๆ จากการ
เวิร์คช็อปและโจทย์ที่ได้รับมอบหมาย ผ่านรูปแบบรายการแฟชั่นเรียลลิตี้ที่ใช้ชื่อเดียวกับโครงการว่า VOGUE Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund ซึ่งออกอากาศทาง Line TV ,Vogue Channel

สำหรับภายในงานประกาศผลรางวัลผู้ชนะเลิศ ทุกท่านจะได้ชมแฟชั่นโชว์ผลงานคอลเลคชั่นของผู้เข้ารอบสุดท้ายของโครงการ VOGUE Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund 2019 จาก 10 แบรนด์ที่ผ่านการคัดสรรจากคณะกรรมการได้แก่

แบรนด์เสื้อผ้าสตรี 6 แบรนด์

Coralist (คอรัลลิสต) เจ้าของแบรนด์ ธันยพร จิรธรรมโอภาส

แบรนด์ชุดว่ายน้ำสำหรับสุภาพสตรี Coralist  โดยดีไซเนอร์ต้องการที่จะนำเสนอไลฟ์สไตล์ของความเป็นแฟชั่นในเมืองที่มาบรรจบกับโลกแห่งท้องทะเลผ่านชุดว่ายน้ำหลากสีสันและหลากหลายสไตล์ เพื่อช่วยดึงเอาความมั่นใจของหญิงสาวในเรือนร่างของตัวเองให้ออกมาอย่างเฉิดฉายยามเดินเล่นริมชายหาด มาพร้อมเนื้อผ้าระดับคุณภาพและดีไซน์อันสวยชิค

ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์นี้ได้ที่ IG: coralist.swimwear

Tutti (ตู๋ตี๋) เจ้าของแบรนด์ : นันธนุช วงศ์พัวพันธ์  

แบรนด์เสื้อผ้าสำหรับสาวหวานเฟมินินอย่าง Tutti  มีดีไซน์การตัดเย็บอันประณีต โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์อย่างการใช้ผ้าลูกไม้ และผ้าไหมออร์แกนซ่าเป็นหลัก เพื่อสื่อถึงความโรแมนติกที่ติดกลิ่นอายความวินเทจนิดๆ
ด้วยผ้าลูกไม้ ทว่าดูเรียบหรูและคลาสสิคด้วยการเลือกใช้ผ้าไหมออร์แกนซ่า

ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์นี้ได้ที่ IG: 

Ferratiti  (เฟอร์ราติติ) เจ้าของแบรนด์ : ชวัฎวิทย์ อัครโยธากรณ์

ชุดเจ้าสาวจากแบรนด์ Ferratiti มาพร้อมเอกลักษณ์ด้วยดีเทลกับฝีเข็มถี่ยิบและการปักในการรังสรรค์ชุดเจ้าสาว ที่มาพร้อมกลิ่นอายความโมเดิร์นผสมผสานความวินเทจและความดราม่านิดๆ หากแน่นอนว่ายังคงใส่
คาแรกเตอร์ของเจ้าสาวแต่ละคนลงบนชุดได้อย่างสวยงามเลยทีเดียว

ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์นี้ได้ที่ IG: ferratiti_official

Jirawat (จิรวัฒน์) เจ้าของแบรนด์ : จิรวัฒน์ ธำรงกิตติกุล

ไอเดียการนำเอาเสื้อผ้าวินเทจมาประยุกต์ใหม่ให้โมเดิร์นด้วยการลวดลายและการตกแต่งแบบสมัยใหม่เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์ Jirawat โดยดีไซเนอร์ชื่นชอบการนำเสื้อผ้าเหล่านั้นมาผสมผสานขึ้นใหม่ร่วมกับผ้าทอชนิดอื่นๆ และแน่นอนยังรวมถึงเสื้อผ้าที่ตัดเย็บขึ้นใหม่ด้วย โดดเด่นด้วยการปักและลวดลายที่เป็นกิมมิคเก๋ๆ อีกมากมาย

ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์นี้ได้ที่ IG: jirawat_gewat

Youth Tonic (ยู๊ธ โธนิค) เจ้าของแบรนด์ : ทิพปภา เดชรักษาวัฒนา และ พัทธิชา เทพวงค์

สองดีไซเนอร์สาวพาแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองอย่าง Youth Tonic มาพร้อมมอตโตที่ว่า ทุกคนมีความเป็นเด็กเสมอไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่พร้อมเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างการใช้ดีเทล Deconstruction ที่เกิดจากการถอดประกอบผ้าชิ้นต่างๆ ให้เกิดเป็นซิลูเอตใหม่ พร้อมการใช้ผ้าเทเลอร์ และการใช้ดีเทลชุดกีฬาผสมผสานอยู่ในนั้น

ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์นี้ได้ที่ IG: youth.tonic

NICHp (นิชี) เจ้าของแบรนด์ : ณิชา ประสานเกลียว

แบรนด์เสื้อผ้าอย่าง NICHP ดีไซเนอร์สาวนำเสนอเอกลักษณ์ของแบรนด์เสื้อผ้าหญิงสาวด้วยสไตล์มินิมอลลักซ์ชัวรี เน้นความเรียบง่ายและเรียบหรูที่แฝงเอกลักษณ์ความเป็นผู้หญิงด้วยเนื้อผ้าพลิ้วไหวกับ
ซิลูเอตเบาสบาย และยังเน้นสีเรียบๆ ที่เหมาะกับสาวได้เป็นอย่างดี มีให้เลือกหลายรูปแบบตั้งแต่ชุดเดย์แวร์ ค็อกเทล และมินิค็อกเทลที่แฝงความหรูหราหากดูดีไว้ในตัว 

ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์นี้ได้ที่ IG: nichpbrand

แบรนด์เครื่องประดับ 4 แบรนด์ ได้แก่

Jiira (จิระ) เจ้าของแบรนด์ : จิรัชญา ชัยยาศักดิ์

แบรนด์เครื่องประดับที่มีวัตถุดิบหลักคือไข่มุกน้ำจืด และเครื่องเงินชาวเขาเป็นหลัก เน้นไปที่การดีไซน์ Visual Art และงาน Hand Crafted เพื่อเป็นการผสมผสานความเน้นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของเครื่องเงินชาวเขาและไข่มุกน้ำจืดเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์นี้ได้ที่ IG: jiira.jewelry

TORBOON (ทอบุญ) เจ้าของแบรนด์ : บุญทวี เจริญพูนสิริ

แบรนด์กระเป๋า ที่สะท้อนพลังแห่งความสนุกสนานและการสร้างสรรค์ ด้วยเอกลักษณ์อย่างผ้าลายทอมือ
ที่พัฒนาใหม่ตลอดเวลา พร้อมด้วยแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นผสานเข้ากับเทคนิคการทอผ้าแบบละเอียดยิบทำให้แบรนด์ TORBOON มีเสน่ห์ในแบบศิลปะและมีอัตลักษณ์อย่างไม่จำเจอีกด้วย

ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์นี้ได้ที่ IG: TORBOONCHIANGMAI

T.TWINKLE (ที.ทวิงกิล) เจ้าของแบรนด์ วนิชยา กิตติไพศาลศิลป์

เครื่องประดัแบรนด์ fine jewelry ผนวกกับ design ร่วมสมัย
ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมต่างๆจากทั่วโลกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จึงเป็นการเปิดโลดใหม่ของ fine jewelry ที่ทำจากตัวเรือนทองคำแท้ 18k เล่นกับเพชรและพลอยแท้มนรูปแบบ Italian modern art

ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์นี้ได้ที่ IG: t.twinkle_official

Kear Store (เกียร์ สโตร์) เจ้าของแบรนด์ : ปาณิศา สีดาสมุทร์

แบรนด์กระเป๋าดีไซน์เก๋ Kear Store ที่ใส่ใจในทุกดีไซน์ของกระเป๋า โดยเน้นความสำคัญไปที่คุณภาพบวกกับการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอาทิ หวาย ตอก และกก ร่วมกับงานฝีมือของชาวบ้าน รวมถึงการใช้หนังแท้มารังสรรค์ขึ้นในแบบโมเดิร์นยุคใหม่ที่ยังคงกลิ่นอายและวัฒนธรรมในแบบดั่งเดิมได้อย่างสวยงาม

ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์นี้ได้ที่ IG: kearstore

ร่วมติดตามผลงานของผู้ชนะเลิศและผู้เข้ารอบโครงการ VOGUE Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund 2019 ผ่านทาง www.Vogue.co.th หรือ IG : voguethailand และ  #VogueWhosOnNext2019

 

Sharing is caring!



Source link

Advertisement

Imprint
Responsible for the content:
lasvegasnews.media
Privacy & Terms of Use:
lasvegasnews.media
Mobile website via:
WordPress AMP Plugin
Last AMPHTML update:
08.09.2026 - 15:55:23
Privacy-Data & cookie usage: