ชนแล้วหนี อ้างตัวเป็นผู้พิพากษา ต้นสังกัดยืนยัน เป็นผู้พิพากษาจริง ๆ รอตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หลังหนี 2 ครั้ง 2 คราจนกู้ภัยต้องขับรถมาชน มาขวาง ถึงยอมหยุด ก่อนที่เจ้าตัวอ้าง ไม่ได้หนี แค่จะไปโรงพัก
หลังจากนั้น คนขับรถกู้ภัยก็เข้ามาเคลียร์กับเจ้าของรถอีซูซุซึ่งนั่งอยู่ในรถ เจออีกฝ่ายท้วงทันทีว่า “คุณขับรถตัดหน้าผมทำไม” กู้ภัยจึงตอบกลับไปว่า “ตัดหน้าตรงไหน มันมีกล้องบันทึกไว้อยู่ เมาเหล้าแล้วอ้างว่าเป็นรองอธิบดีผู้พิพากษา มันไม่ใช่นะครับ สายตรวจก็มี ลงมาคุยกันก่อน มันไม่ใช่เรื่องต้องหนีเลย” อย่างไรก็ตาม เจ้าของรถอีซูซุก็ตอบว่า “ไร้สาระ”
นอกจากนี้ ยังมีคลิปเหตุการณ์อีกคลิปที่คนขับรถอีซูซุ บอกกับตำรวจว่า ที่ขับหนีไปเพราะจะไปโรงพักเพื่อไปเคลียร์เรื่องขับรถชน แต่ทางตำรวจก็บอกว่า ทำแบบนี้ไม่ได้ ต้องรอร้อยเวรมายังจุดเกิดเหตุอย่างเดียว พร้อมกันนั้น มีการเทศน์สั่งสอนคนถ่ายคลิป สรุปได้ว่า พวกเมาแล้วขับหรือเสพยาแล้วขับรถ ของกลางทั้งหมดควรริบเป็นของแผ่นดิน หรือคืนให้กับผู้เสียหายครึ่งหนึ่งก็ยังดี เช่น รถเฟอร์รารี่ ราคา 20 ล้านบาท ขับรถชนคนตาย ถ้าริบแล้วต้องตกเป็นของหลวง 10 ล้าน ทายาทผู้ตาย 10 ล้าน หรือให้ผู้ตายหมดก็ยังได้ เอาคลิปนี้ลงให้ผมด้วยนะ ผมรณรงค์อยู่ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ต่อมา แนวหน้า รายงานว่า นายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตอนนี้มีการตรวจสอบแล้ว บุคคลดังกล่าวเป็นผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมจริง หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องให้แน่ชัดก่อนว่าเป็นยังไง ตลอดจนข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุคคลที่อาจรู้เห็นเหตุการณ์
ขณะที่นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ชายคนดังกล่าวที่อ้างว่าเป็นรองอธิบดีอัยการภาค 5 ความจริงไม่ใช่ตำแหน่งดังกล่าว และไม่ได้เป็นบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด ส่วนจะเป็นหน่วยงานใด ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการต่อไป