คางคกไทยโกอินเตอร์! ซ่อนในกระเป๋าเดินทางสาวเวลส์ บินข้ามโลกกว่า 6,000 ไมล์

schedule
2022-08-10 | 06:20h
update
2026-09-25 | 13:00h
person
lasvegasnews.media
domain
lasvegasnews.media


สาวเวลส์กรี๊ดลั่น คางคกกระโดดออกมาจากกระเป๋าเดินทาง น้องบินมาด้วยจากเมืองไทย เดินทางข้ามโลกกว่า 6,000 ไมล์

นักศึกษาสาวชาวเวลส์ตกใจสุดขีด เมื่อคางคกตัวหนึ่งซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางของเธอ หลังจากเดินทางมาจากประเทศไทย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แฮนนาห์ ตูเรียน สาวชาวเวลส์ นักศึกษาด้านจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ได้เดินทางไปทำงานอาสาสมัครที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศไทย

Advertisement

หลังจากใช้เวลาเดินทางกว่า 35 ชั่วโมง เมื่อเธอเดินทางกลับถึงบ้าน ก็หยิบแปรงสีฟันและสิ่งของ 2-3 รายการ ออกจากกระเป๋าเดินทาง ในเวลา 01.30 น. โดยไม่รู้สึกถึงความผิดปกติที่อยู่ภายในกระเป๋าเดินทางของเธอเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่เธอโทรศัพท์หาแม่ ก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อเห็นคางคกตัวหนึ่งอยู่ในกระเป๋าเดินทางของเธอ

“ฉันตื่นเช้าเพราะเจ็ตแล็ก ฉันได้ยินเสียงบางอย่างเคลื่อนไหวและไม่รู้ว่ามันคืออะไร จากนั้นฉันก็เห็นบางอย่างขยับในกระเป๋าเดินทาง ฉันก็เลยปิดกระเป๋าเดินทาง แล้ววิ่งกรีดร้องออกนอกห้อง”

“เพื่อนร่วมบ้านของฉันตื่นขึ้นมา เราก็เลยขนกระเป๋าไปในห้องอาบน้ำ คางคกตัวหนึ่งกระโดดออกมา ฉันกลัวมาก เพราะบางอย่างในประเทศไทยมันค่อนข้างอันตราย เราไม่รู้ว่ามันมีพิษหรือเปล่า”

แฮนนาห์ เผยอีกว่า เธอกับเพื่อนร่วมบ้านรีบโทรศัพท์หาเจ้าหน้าที่ RSPCA องค์กรเพื่อสัตว์ป่าในสหราชอาณาจักร แต่ได้รับแจ้งว่าพวกเขาไม่สามารถมาเก็บคางคกตัวนี้ได้ จนถึงกว่าจะถึงวันถัดไป

คางคกตัวดังกล่าว ซึ่งแฮนนาห์ให้ชื่อว่า “ร็อบเบิร์ต” ผิวเริ่มเปลี่ยนกลายเป็นสีเขียวหม่นๆ ได้กระโดดลงชามน้ำที่เธอใส่น้ำเอาไว้ โดยสภาพของมันดูเหนื่อยล้า หลังจากต้องอยู่ในกระเป๋าเดินทาง และเดินทางข้ามโลกกว่า 35 ชั่วโมง

โชคดีของมันที่ฮีโร่คนหนึ่งนามว่า แจ็คกี้ เข้ามาช่วยเหลือร็อบเบิร์ต โดยแจ็คกี้ซึ่งสะสมสัตว์เลื้อยคลานแปลกๆ ติดต่อเข้ามาเพื่อของรับตัวร็อบเบิร์ตไปดูแล โดยแจ็คกี้เปลี่ยนชื่อให้มัน จากร็อบเบิร์ตเป็น “ออซซี่”

ทั้งนี้ แจ็คกี้ ยืนยันว่าออซซี่เป็นคางคกเอเชียธรรมดา ไม่มีพิษ ซึ่งตอนนี้มันกินอาหารได้มากขึ้น และดูมีเรี่ยวแรงขึ้นมาก



Source link

Advertisement

Imprint
Responsible for the content:
lasvegasnews.media
Privacy & Terms of Use:
lasvegasnews.media
Mobile website via:
WordPress AMP Plugin
Last AMPHTML update:
25.09.2026 - 13:01:37
Privacy-Data & cookie usage: