กินไปครึ่งหม้อเพิ่งรู้! ลูกนับ “โป๊ยกั๊ก” เจอ 13 แฉก ผงะไม่ใช่เครื่องเทศ แต่เป็นพืชพิษ

schedule
2026-09-15 | 17:43h
update
2026-09-15 | 20:35h
person
lasvegasnews.media
domain
lasvegasnews.media


กินไปครึ่งหม้อเพิ่งรู้! ลูกนับ “โป๊ยกั๊ก” เจอ 13 แฉก ผงะไม่ใช่เครื่องเทศ แต่เป็น “ม่างเฉ่า” พืชพิษอันตราย

กลายเป็นเรื่องราวเตือนภัยสายทำอาหารและคออาหารจีน เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ได้นำ “โป๊ยกั๊ก” (เครื่องเทศแปดกลีบ) ที่ซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตมาต้มเนื้อวัวให้ครอบครัวรับประทาน

แต่ระหว่างมื้ออาหาร ลูกๆ เกิดความสงสัยและนั่งนับกลีบโป๊ยกั๊กในชาม จนพบว่ามีชิ้นหนึ่งมีกลีบมากถึง 13 แฉก ก่อนจะพบความจริงสุดช็อกว่าเครื่องเทศชิ้นนั้นอาจเป็น “ม่างเฉ่า” (Illicium lanceolatum) พืชพิษที่มีรูปร่างคล้ายโป๊ยกั๊กอย่างมาก

ลูกสงสัยนับกลีบเล่น เจอแจ็กพอต 13 แฉกถาม AI เจอพืชพิษ

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อนางหวัง (นามสมมุติ) ได้นำโป๊ยกั๊กแบบชั่งกิโลขายที่ซื้อไว้มาต้มเนื้อวัวตุ๋นให้คนในบ้านทาน ขณะกำลังรับประทานอาหาร ลูกน้อยทั้งสองคนได้ถามลำโพงอัจฉริยะว่าทำไมโป๊ยกั๊กถึงชื่อโป๊ยกั๊ก ซึ่งคำตอบระบุว่าปกติจะมี 8 กลีบ

Advertisement

เด็กๆ จึงนำโป๊ยกั๊กในหม้อมานั่งนับดู ทว่ากลับพบชิ้นหนึ่งที่มีกลีบมากถึง 13 แฉก เมื่อสอบถามลำโพงอัจฉริยะเพิ่มเติม ระบบเตือนว่าหากมีมากกว่า 10 แฉก อาจไม่ใช่โป๊ยกั๊กธรรมดา แต่อาจเป็น “ม่างเฉ่า” พืชมีพิษ

ด้วยความตกใจ คุณแม่จึงถ่ายรูปสแกนผ่านระบบ AI พร้อมส่งภาพให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ซึ่งผลออกมาตรงกันว่ามีโอกาสสูงมากที่จะเป็นม่างเฉ่า เนื่องจากครอบครัวได้ทานเนื้อตุ๋นหม้อดังกล่าวไปแล้วบางส่วน เธอจึงตัดสินใจเทเนื้อวัวตุ๋นที่เหลือทั้งหมดทิ้งทันทีเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน

ความน่ากลัวของ “ม่างเฉ่า” พิษอันตรายถึงชีวิต

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า “ม่างเฉ่า” เป็นพืชที่มีพิษร้ายแรงและไม่สามารถนำมารับประทานได้ หากผู้บริโภครับประทานเข้าไปในปริมาณหนึ่ง อาจก่อให้เกิดอาการพิษรุนแรง เช่น ชักเกร็ง ชักกระตุก ปากชัก ชักชักบวม หรือชักเกร็งตามแขนขา และในกรณีที่รุนแรงที่สุดอาจส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

เช็กลิสต์วิธีแยกแยะ “โป๊ยกั๊ก” กับ “ม่างเฉ่า” ก่อนลงหม้อ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าโป๊ยกั๊กแท้ไม่จำเป็นต้องมี 8 แฉกเสมอไป บางครั้งอาจมี 7, 9 หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับการเจริญเติบโต แต่หากพบว่ามี 11–14 แฉก (โดยเฉพาะ 13 แฉก) ให้ตั้งสงสัยไว้ก่อนทันที โดยสามารถสังเกตความแตกต่างได้ดังนี้:

  • โป๊ยกั๊ก (แกงแปดกลีบกินได้): ผลและกลีบจะมีลักษณะหนา อวบอิ่ม ปลายกลีบสั้นและมน เมื่อแก่เต็มที่กลีบมักจะอ้าออกจนเห็นเมล็ดข้างใน ชัดเจน และมีกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว
  • ม่างเฉ่า (พืชพิษห้ามกิน): จำนวนแฉกมักจะสูงถึง 11–14 แฉก กลีบผลจะลีบและเล็กกว่า ปลายกลีบเรียวยาว แหลมคม และมักจะโค้งงอขึ้นหรือม้วนไปด้านหลังคล้ายตะขอ ส่วนกลีบผลมักจะปิดแน่น

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำทิ้งท้ายว่า ก่อนนำโป๊ยกั๊กใส่ลงในเมนูตุ๋น ต้ม หรือต้มพะโล้ ควรสังเกตลักษณะภายนอกให้ดี หากพบชิ้นที่มีจำนวนแฉกมากผิดปกติ กลีบลีบยาว และปลายงอคล้ายตะขอ ให้เลี่ยงการใช้งานทันที เพื่อป้องกันไม่ให้พืชพิษปนเปื้อนลงในอาหารของครอบครัว

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtodayAMP



Source link

Advertisement

Imprint
Responsible for the content:
lasvegasnews.media
Privacy & Terms of Use:
lasvegasnews.media
Mobile website via:
WordPress AMP Plugin
Last AMPHTML update:
15.09.2026 - 20:35:25
Privacy-Data & cookie usage: