In Thailand

โค้ชสอนว่ายน้ำจมน้ำดับ เพื่อนยืนถ่ายคลิป หัวเราะคิกคัก แน่นิ่งก้นสระยังไม่มีใครช่วย

Written by Thailand News

โค้ชสอนว่ายน้ำจมน้ำดับ เพื่อนยืนถ่ายคลิปตลอดกลับไม่เห็นความผิดปกติ ยังคุยกันหัวเราะคิกคัก จนร่างแน่นิ่งก้นสระยังไม่มีใครช่วย

สื่อในจีนรายงานเหตการณ์สุดช็อกที่สระว่ายน้ำ ในยิมแห่งหนึ่ง ที่เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน โดยเกิดเหตุโค้ชสอนว่ายน้ำชายวัย 25 ปี จมน้ำระหว่างฝึกกลั้นหายใจใต้น้ำ ซึ่งในขณะเกิดเหตุเพื่อนร่วมงานได้ถ่ายคลิปไว้ตลอด แต่กลับไม่มีใครเอะใจถึงความผิดปกติ จนผู้เคราะห์ร้ายแน่นิ่งและจมลงก้นสระ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา นายหลี่ โค้ชสอนว่ายน้ำประจำยิม ได้ฝึกกลั้นหายใจใต้น้ำ โดยมีเพื่อนร่วมงานช่วยถ่ายคลิปการฝึกซ้อม ตอนแรกทุกอย่างปกติดี นายหลี่ทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเค ก่อนจะดำลงไปใต้น้ำ แต่หลังจากนั้นไม่กี่นาทีก็เริ่มมีความผิดปกติเกิดขึ้น ท่าทางของเขาเปลี่ยนจากคว่ำเป็นหงายหน้า มีฟองอากาศเกิดขึ้นบริเวณรอบๆ จมูกและปาก แสดงให้เห็นว่าเขากำลังหายใจลำบาก แม้เขาจะพยายามลอยตัวขึ้นมาหายใจเอาอากาศ แต่ในที่สุดร่างของเขาก็จมลงไปก้นสระ

สิ่งที่น่าตกใจคือ คนที่ถ่ายคลิปไม่รู้ถึงความผิดปกติ และยังถ่ายคลิปต่อไปแม้แต่ตอนที่ร่างของนายหลี่จมลงสู่ก้นสระ จนกระทั่งมีลูกค้าคนอื่นตระหนักมีบางอย่างผิดปกติ จึงกระโดดลงน้ำไปช่วยนายหลี่ ตอนนั้นเองจึงมีเจ้าหน้าที่คนอื่นลงน้ำไปช่วยด้วย ซึ่งหลังจากที่นายหลี่ถูกนำตัวขึ้นมาบนฝั่ง เขาก็แน่นิ่งไม่ตอบสนอง และเสียชีวิตหลังจากถูกส่งตัวส่งโรงพยาบาล

พี่สาวของนายหลี่นำคลิปมาโพสต์บนโลกออนไลน์ โดยตั้งคำถามว่าทำไมเพื่อนร่วมงานจึงไม่ให้ความช่วยเหลือ เธอชี้ว่าจากคลิป ตอนที่น้องชายกลั้นใจได้ 3 นาที เขาเริ่มกินน้ำเข้าไปแล้ว เริ่มมีฟองปุดๆ ออกมา จากนั้นเขาก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวที่เห็นชัดว่ากำลังช่วยเหลือตัวเองเพื่อเอาชีวิตรอดและขอความช่วยเหลือ แต่คนที่อยู่ใกล้ๆ ยังคงนิ่งเฉยไม่ช่วยเหลือ หลายนาทีที่เขาจมลงก้นสระ คนที่ถ่ายคลิปยังพูดและหัวเราะกับคนที่อยู่ข้างๆ

จากนั้น เจ้าหน้าที่คนอื่นก็เริ่มรู้ว่ามีปัญหา พยายามเรียกเขาและไม่มีการตอบสนองใดๆ แต่ก็ยังไม่มีใครช่วยเขาอยู่ดี หลังจากรอรถพยาบาลมาเกือบ 20 นาที เวลาในการช่วยเหลือที่จะสามารถยื้อชีวิตเขาได้ก็หมดลงแล้ว น้องชายของเธอเสียชีวิต 

พี่สาวของนายหลี่ ชี้ว่า หากโรงยิมมีมาตรการปฐมพยาบาลและช่วยเหลือได้ทันท่วงที น้องชายก็คงไม่ต้องจบชีวิตลงแบบนี้  ซึ่งหลังเกิดเรื่องทางเจ้าของยิมยังไม่ติดต่อมาหาครอบครัวเลย


Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »