In Thailand

สามีนักการเมือง เล่าเหตุรับพระเป็นลูกบุญธรรม ชี้พิรุธชวนเอะใจ นาทีจับได้คาตา

Written by Thailand News

          สามีนักการเมืองหญิง แฉนาทีช้ำ พระ-เมีย ล่อนจ้อนใต้ผ้าห่ม วิ่งแก้ผ้าล็อกตัวแย่งโทรศัพท์ อ้างห้องน้ำพระไม่ไหล เชื่อเมียถูกครอบงำหลอกผัวเมียกันในอดีตชาติ



โหนกระแส


          จากกรณีข่าวอื้อฉาว สามีนักการเมืองหญิงรายหนึ่งถ่ายคลิปภรรยาขณะนอนบนเตียงกับพระมหาหนุ่ม อยู่ในสภาพแก้ผ้าทั้งคู่ โดยพระรูปดังกล่าวฝ่ายสามีได้รับเป็นลูกบุญธรรม ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งกรรมการสอบ หากหญิงรายดังกล่าวมีการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรค จะขับพ้นออกจากสมาชิกทันที

          ล่าสุด รายการโหนกระแส ออกอากาศวันที่ 11 เมษายน 2567 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ ติ (นามสมมติ) สามีนักการเมืองหญิง มาพร้อม 3 ทนายชื่อดัง ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล, ดร.ประยุทธ์ ประเทศเสนา และ ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช

โหนกระแส

สถานะคู่หมั้น แต่อยู่กินฉันผัวเมีย

-
คุณยืนยันว่าตัวคู่หมั้นคุณเองเป็นคนเชื่อเรื่องอดีตชาติ
เรื่องทำนายทายทัก พระรูปไหน หมอคนไหนทำนายทายทักเขาก็จะเชื่อ
คนรอบกายที่เชื่อเรื่องดูหมอ มีประมาณกี่คน ?

          ติ : หลัก ๆ มี 2-3 คน หลัง ๆ เพิ่มมาเป็นพระ มีแม่หมออีกคนนึง และอีกคนก็ห่าง ๆ ไปแล้ว

– เขาเชื่อ 5 คนนี้เป็นส่วนใหญ่ พอเจอคู่หมั้นคนนี้ชอบเลยมั้ย ?

          ติ : เรียนตามความจริงว่ายัง เพราะเบื้องต้นผมยังไม่ได้หย่ากับภรรยาคนเก่า
แต่ตอนหลังด้วยความที่เราอยากมีชีวิตร่วมกัน
ก็ทำการหย่ากับภรรยาเก่าเป็นที่เรียบร้อย ถึงมาสู่ขอกัน ถ้าจำไม่ผิดแค่ 6
เดือนก็สู่ขอ หลังรู้จักเขา

– พอหมั้นเสร็จ คุณกับผู้หญิงคนนี้แยกกันอยู่หรืออยู่ด้วยกัน ?

          ติ : อยู่ด้วยกันครับ เป็นผัวเมียกัน ไม่ได้จดทะเบียน ผมก็ย้ายจากกรุงเทพฯ ไปอยู่บ้านเขาที่สุโขทัย ชื่อผมก็ย้ายไปเข้าทะเบียนบ้านเขาเลย

โหนกระแส

– ที่ผ่านมาคุณไม่เคยระแคะระคายว่าแฟนรู้จักพระรูปนี้ ?

          ติ : เรื่องเพิ่งเกิดเมื่อต้นปีนี้เอง ที่เขาเล่าให้ฟัง
ก่อนหน้านั้นผมอยู่กับเขาตั้งแต่ 65 ก็มีความสุข ทำกิจกรรมด้วยกันทุกอย่าง
พระองค์นี้เพิ่งมาปรากฏตอนหลัง
เขาเคยเล่าให้ฟังว่าพระองค์นี้เคยเป็นเจ้าอาวาสอยู่วัดนึง ในจังหวัดสุโขทัย

– แสดงว่าแฟนคุณรู้จักพระรูปนี้มานานแล้ว ?

          ติ : เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เขาไปทอดกฐินที่วัด

– เขารู้จักพระมาก่อนคุณ 3 ปี คุณเป็นเบอร์สองหรือเปล่า ?

          ติ : (หัวเราะ)
แต่หลังจากนั้นเขาก็พูดว่าห่างหายกันไป ผมไม่ใช่เบอร์สองครับ
แต่เขารู้จักพระมาก่อน เขาบอกไม่ได้ติดต่อพระมา 2-3 ปี
หลังทำบุญทำกฐินเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา
มีวันนึงอดีตภรรยาเขาก็เชื่อเรื่องอดีตชาติ
จะไปตามหาอดีตชาติจากคนนั้นคนนี้ รวมทั้งพระองค์นี้ด้วย และพระองค์อื่น

โหนกระแส

จุดเริ่มต้นเจอพระมหา-เชื่ออดีตชาติ

– ทำไมเขาถึงไปตามพระรูปนี้ ?

          ติ : เขาต้องการที่พึ่ง ทำอะไรติดขัดไปหมด ไอ้นั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้
จะขายธุรกิจ หมอดูคนนึงที่เขาเคารพนับถือก็ไปบอกว่าไปตามหาพระคนนี้
ตอนนี้เราเจอสองรูปแล้ว ถือเป็นพระผู้ใหญ่และพระดี อยู่ดี ๆ
เขาก็บอกว่าไปเจอกันในไลน์ ทักกันในสื่อโซเชียลทางไหนเขาก็ไม่ได้บอกชัดเจน
จนมีการติดต่อกัน เรื่องนี้เกิดขึ้นมาเมื่อต้นปีนี่เอง
ช่วงนั้นผมกับเขาก็ยังไปไหว้พระ สวดมนต์ข้ามคืน อาบน้ำมนต์ ไปทุกอย่าง
ไปทอดกฐินที่วัดนึงที่สุโขทัยไปสร้างพระ กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
เราก็ทำกันสม่ำเสมอ ผมก็อยู่ด้วยตลอด จนเข้าเดือน ก.พ.
เท่าที่สังเกตตัวอดีตภรรยามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เหมือนแอบคุยกับใครอยู่
ตัวผมเองไม่ได้คิดอะไร เพราะคนนึงเป็นพระที่เราเคารพ อีกคนก็ภรรยา
มีการพูดคุยกัน พอเข้า ก.พ. ค่าโทรศัพท์ที่เกิดขึ้น โห เคยใช้ถึง 6
พันมั้ยครับ โดยคนปกติก็ไม่น่าจะเยอะขนาดนั้น
มีพฤติกรรมที่เขาอาจโทรหาครูบาอาจารย์ หมอดู รวมทั้งพระ ห. นี่ด้วย
บางทีผมตื่นมาก็เดี๋ยวให้เราลงไปก่อน เขาขอคุยโทรศัพท์หน่อย

– คุณไม่ได้เอะใจสงสัย แต่ส่วนใหญ่แฟนคุณจะคุยกับพระรูปนี้ตลอด คุณเจอพระรูปนี้ยังไง ?

          ติ : หลังจากที่ได้ตามหาตัวกันจนเจอ ก็มีการมาหาที่บ้าน มาสวดมนต์ภาวนา
ผมก็อยู่ในหลายครั้ง แม้แต่ครั้งที่ไปตรงศาลหลังบ้านที่มีภาพข่าว ผมก็อยู่
ที่มีการนั่งทำสมาธิ ผมก็อยู่ แม้กระทั่งที่มาสวดในห้องพระเอง
มีห้องพระแยกต่างหากที่บ้าน ผมก็ไม่ได้เอะใจ เรากราบไหว้พระรูปนี้อยู่ ณ
ตอนนั้น

– แฟนคุณคิดว่าเป็นใครในอดีตชาติ ?

          ติ : เขาชอบพูดคำว่านางห้ามในพระมหากษัตริย์

          ประยุทธ์ : นางห้ามคือนางใน สนมเป็นคนต้องห้าม เหมือนอยู่ในวัง รอถวายตัว

          ติ :
นี่คือสิ่งที่ผมได้ยินเขาฟังมาตลอด
ตอนหมอดูคนนั้นทัก แม่หมอคนนี้ทัก ก็จะได้ยินคำว่านางห้ามบ่อยมาก
พระไปมาหลายวัด หลังสุดอยู่วัดไร่อ้อย อุตรดิตถ์ แต่ไม่ใช่เจ้าอาวาส

โหนกระแส

– มหา ห. จำวัดที่วัดไร่อ้อย เมียคุณก็ไป ๆ มา ๆ ?

          ติ : ผมก็เคยไปรับ
ไปงานด้วยกัน ตอนไปรับหลังสุดที่เสร็จหล่อพระอีกวัด ก็ขึ้นเชียงใหม่กัน
แต่ก่อนหน้านั้นเคยไปรับพระมาที่บ้าน แล้วก็มีไปรับไปส่ง ประมาณนี้
รับพระเป็นลูกบุญธรรม แต่ให้สามีรับคนเดียว

– เห็นบอกว่าตัวคุณเอง อยู่ดี ๆ รับมหา ห. มาเป็นลูกบุญธรรม ?

          ติ : อดีตภรรยาผมเล่าให้ฟังว่าพระไม่มีพ่อแม่ พ่อแม่แยกกัน พระก็กำพร้า
มาบวชเป็นเณรตอนอายุ 12
มีผู้ใหญ่ใจดีเป็นท่านพรหมณ์อยู่เชียงใหม่รับเป็นลูกบุญธรรม
แล้วบวชพระให้ตอนอายุ 14 นี่ผมฟังจากปากท่านพราหมณ์
ตัวพระเองไปโน่นมานี่เป็นเจ้าอาวาส แล้วไม่รู้ด้วยเหตุใด
มาเป็นพระลูกวัดที่วัดไร่อ้อย ด้วยสาเหตุผมไม่มีลูก ผมก็สงสารพระ พระน่าจะ
24-25 ผมขอเขาให้เป็นลูกบุญธรรมผม เขาไม่ได้ขอ จะได้มาดูแลกันและกัน

– พระว่าไง ?

          ติ : พระก็โอเค มีการพูดคุยกันในรถ เมียก็บอกว่าดีแล้ว ขอเป็นลูกบุญธรรมก็ดีแล้ว สนับสนุน

– เมียคุณกลายเป็นแม่บุญธรรม ?

          ติ : แต่เขาพูดว่าไม่เกี่ยวกับเขา ให้เรารับเป็นลูกบุญธรรมคนเดียว

– ฉะนั้นเป็นแค่พ่อ ?

          อนันต์ชัย :
พ่อบุญธรรมโดยพฤตินัย แม่บุญธรรมนี่ไม่ใช่เลย แต่ทางพระให้มหาบอกว่าหมายถึงอะไร

          ติ :
ไปขอให้เป็นลูกบุญธรรม
ตัวพระก็ตกลง แต่พอไปถึงเชียงใหม่ ไปอยู่วัดพระธาตุดอยสะเก็ด
ตัวพระบอกว่าโยมจะขออะไร ก็พูดต่อหน้าพระองค์นี้เลย ผมก็งง ๆ นิดนึง
ก็ขอพระเป็นลูกบุญธรรม ยกมือไหว้ ท่านก็ตกลง มีการขอด้วยวาจา ประมาณนี้
จากนั้นการไปเชียงใหม่ก็นำพาพระองค์นี้ติดต่อท่านพราหมณ์องค์นึงที่อยู่ที่วัดที่เชียงใหม่
ให้ไปพบครูบาท่านนึง ซึ่งท่านก็บอกว่าท่านเองก็เหมือนจะมีฌานมองเห็น
ตัวพระกับพราหมณ์บอกให้มาคุยกับท่าน ก็ไปคุยกัน ตัวภรรยาก็ไปคุยกับครูบา
แต่เขาไม่ได้เล่ารายละเอียดมาก เขาบอกครูบาพูดหลายเรื่อง พูดเรื่องอดีตชาติ
ปัจจุบัน เขาก็บอกว่าเขารู้แล้วว่าตัวเองเป็นใคร ผมไปไหว้พระในโบสถ์
วันนั้นมีงาน ผมก็กลับมายังคุยกับครูบาอยู่เลย
เขาก็เล่าทีหลังถึงสิ่งที่ครูบาทัก มหา ห. ก็นั่งอยู่ไกล
ผมกลับไปก็ยังกราบครูบาอยู่เลย

– ครูบาบอกอะไรแฟนคุณ ?

          ติ : แฟนเขาบอกว่าครูบารู้แล้วว่าเป็นใคร เขาไม่ได้พูดให้ฟังในรายละเอียด มหา ห. ก็ไม่น่าได้ยิน

– เป็นไปได้มั้ย ที่แฟนคุณอาจไปบอกมหา ห. ว่าเรื่องเป็นงี้ ?

          ติ : เป็นไปได้ครับ เขาก็คุยกับครูบาเป็น ชม. 2-3 ชม.
จนผมกลับมาจากไหว้พระเสร็จก็ไปเจอ ผมยังนั่งคุยกับพระนี่เลย
ระหว่างรอจะคุยกับครูบา หลังจากนั้นก็แยกไปทานข้าวกัน กลับมาส่งมหา ห.
ที่วัดแห่งนี้ ผมกับภรรยาก็ไปพักที่โรงแรมกับเพื่อน กับคู่สามีภรรยาอีกคู่
วันรุ่งขึ้นก็มารับ

– คุณไม่ได้รู้เรื่องอะไรอีก ?

          ติ : ยังครับ
วันรุ่งขึ้นที่ไปไหว้วัดพระธาตุดอยสะเก็ด ครูบาให้ไปหาแม่บุญธรรมครูบา
เป็นอีกหนึ่งตัวละคร จะเรียกว่าเป็นหมอดูก็ได้
แม่บุญธรรมครูบาเห็นอะไรในตัวภรรยาผม

– ตาทิพย์ ?

          ติ : ประมาณนั้น ก็คุยกันอยู่หลังองค์พระ เราก็ไป เขาก็ไม่ให้ผมเข้าไปนั่งฟัง
มีเขา ครูบา ไอ้มหา ห. อยู่ตรงนั้นด้วย ผมเองก็ไปเดินไหว้พระไหว้อะไร หลัง ๆ
พฤติกรรมเปลี่ยนไป เขาไม่ให้ผมเข้าไปฟังโน่นนี่ คนทักเขาหมด
ผมถามว่าแล้วเขาทักอะไรผมบ้างล่ะ ในเมื่อทุกคนทักเขาอยู่คนเดียว
ผมอยู่ทุกเหตุการณ์ ทำไมไม่มีการพูดถึง แต่ผมไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ

โหนกระแส

มีคนเคยเห็น เมีย-พระ อยู่ห้องเดียวกัน

– ความสนิทระหว่างมหา ห. กับแฟนคุณเองเริ่มพัฒนา คนอื่นเห็นแต่คุณไม่เห็นเหรอ ?

          ติ : วันนั้นไปสถานปฏิบัติธรรม ม่อนกุเวร แล้วไม่ได้กลับ ค้างที่เชียงใหม่
ไปนอนที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งแถว ๆ ม่อนกุเวร
ตกเย็นไปหาอะไรทานผมกับเพื่อนสองคน ที่รีสอร์ตก็เหลือแต่ไอ้มหา ห.
กับภรรยาผม และน้องอีกสองคน ที่น้องเขาเล่านะ คนนึงออกไปซื้อของ
เนื่องจากเสื้อผ้าไม่พอ
เจ้าของรีสอร์ตเลยพาไปซื้อของที่ร้านเมียเจ้าของรีสอร์ต อีกคนก็ลงไปอาบน้ำ
ทุกคนคุยกันอยู่หน้าห้องของมหา ตอนแรกเขาบอกว่าประตูถูกเปิด ม่านก็ถูกเปิด
น้องไปซื้อของกลับมา หายไปร่วม ชม. กลับมาทุกคนไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
น้องเองขึ้นไปบนห้อง ม่านถูกปิด ประตูล็อก
น้องก็พยายามเคาะประตูว่าอยู่ไหนกัน เคาะตั้งนาน จนมีคนมาเปิดประตู
คือภรรยาผม ซึ่งเขาอยู่กับพระ น้องก็ตกใจ

– เคาะนานแค่ไหน ?

          ติ : เขาบอกเคาะนาน ทั้งเคาะทั้งเรียก ไม่รู้จะปิดประตูทำไม
เราก็ไปซื้อของกับผู้ชายทั้งหมดเพื่อมาทานที่ห้อง อีกคนลงไปอาบน้ำ
เขาก็ตกใจว่าทำไมอยู่กันสองคนบนห้อง

– คุณรู้เรื่องมั้ยตอนนั้น ?

          ติ : เพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วัน
ผมไม่รู้เรื่องจริงๆ ผมก็เห็นพระ เคารพกราบไหว้กันอยู่
เราเพิ่งรับเป็นลูกบุญธรรม
ก่อนหน้าไปเชียงใหม่หลายคนก็สังเกตว่าทำไมคุยโทรศัพท์แปลก ๆ
เด็กบอกว่าต้องมีอะไรแน่ ๆ

– น้องคนนั้นไม่ได้เล่าอะไร แต่มีเหตุการณ์ยิ่งกว่านั้น เห็นว่าตอนกลางคืนเขากอดกันเลยเหรอ ?

          ติ : พอทานข้าวกันเสร็จ
ผมกับเขาทะเลาะกันผมเลยนอนบนห้องพระ ภรรยาผมไปนอนในห้องกับเพื่อน
คนละเตียงกัน ทีนี้คู่สามีภรรยาที่นอนอยู่ห้องเดียวกับภรรยาผม
บอกว่าได้ยินเสียงคนมาเคาะกระจก ก็คิดว่าผมลงมาง้อภรรยา
ปรากฏว่าเขาเห็นเป็นเงาตะคุ่ม ๆ ตัวภรรยาผมก็เดินออกไปข้างนอก มีการกอดกัน
คนที่นอนในห้องตัวภรรยาเขาเห็น ก็เลยไปปรักปรำไม่ได้ว่าเป็นมหามั้ย
แต่ตัวแฟนผมเล่ากับคนที่เห็น เหมือนมาออกตัวว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะ

โหนกระแส

นาทีจับได้คาตา

– เหตุการณ์ล่าสุดเกิดอะไรขึ้น ?

          ติ : วันนั้นไปแวะอยู่หลายที่ ก่อนได้กลับบ้านสุโขทัย
พระมาที่บ้านด้วยเพราะดึกแล้ว ไม่ได้ไปส่งกัน ให้นอนอีกห้องที่เตรียมเอาไว้
ผมก็นอนอยู่กับภรรยา วันรุ่งขึ้นผมไปส่งตัวพระกลับไปที่วัด
อีกวันผมก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มีธุระมาหาคุณแม่ และธุระเขาด้วย
และเรื่องงาน ผมมาเป็นสิบกว่าวัน ระหว่างนั้นยัง โทร. คุยกันอยู่
มีการซื้อของบ้าง มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เราก็เป็นคนดูแลอยู่ส่วนนึง
มีช่วงนึงผมกลับมา ก็ยังคุยกันทุกวัน
แต่ระหว่างนั้นมีลักษณะโทรไปก็ไม่รับสาย ตัดสายทิ้ง
บางทีก็บอกติดสายคนนั้นคนนี้ แม้แต่บอกว่าติดสายพระอยู่
เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
เพื่อนเขาคนนึงเคยขับรถไปเป็นเพื่อนพาไปหาพระตอนหัวค่ำ
ก็สงสัยจากพฤติกรรมหลาย ๆ อย่างที่ได้รับแจ้งมา
ผมก็ขับรถไปกลางดึกไปสุโขทัย ไม่ทันสว่างดีด้วยซ้ำ ผมไปดู
เพราะมีคนบอกว่าพระอยู่ที่บ้าน ผมก็เห็นรองเท้า คืนวันที่ 21
ผมอยู่กรุงเทพฯ ตอนตี 1 เที่ยงคืน ผมตื่นขึ้นมาจากการได้ข้อมูลตอนหัวค่ำ

– จอดรถปุ๊บ ?

          ติ : เดินสำรวจรอบบ้าน ผมรู้ว่าบ้านต้องเข้าทางไหน ก็ไปดูตู้โรงเท้าที่จะเข้าห้อง ก็เห็นรองเท้า ก็ตามที่รับแจ้งมาว่าพระอยู่ข้างบน

– ตอนนั้นในใจคิดมั้ยว่าเมียเราต้องนอนอยู่กับพระแน่ๆ หรือไม่คิด ?

          ติ :
ไม่คิดว่าจะไปนอนอยู่ด้วยกัน
คิดว่ามาจำวัดเฉย ๆ ผมก็ไปเปิดห้องที่จัดให้พระจำวัดก็ไม่มี
ผมก็หาทางเข้าห้องนอนที่ผมกับภรรยาเคยนอน เข้าไปข้างใน
ก็ปรากฏตามคลิปที่เห็นแหละครับ

– จากนั้นเข้าไปในห้อง ตอนเข้าไปใจคุณยังไง รู้เลยมั้ย ?

          ติ : ยัง จนกว่าจะได้เห็นกับตา แต่พอเห็นของพระก็คิดว่าใช่
เขาต้องอยู่ด้วยกันแน่ ๆ ปกติเขาเป็นคนนอนไม่ใส่เสื้อผ้าอยู่แล้ว
ตัวภรรยาผม ผมก็ไม่ใส่เหมือนกัน
สิ่งที่ผมเห็นตั้งแต่หน้าห้องก็อนุมานว่าต้องเป็นภาพที่ผมต้องเห็นนี่แหละ
ผมก็เปิดไฟ ภรรยาผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา ภรรยาผมก็ดึงผ้าห่มมาปิดตัว
ปิดอะไรก็แล้วแต่ ผมก็พูดไปตามคลิป ผมดึงผ้าห่มออกก็เห็น มหา ห. อยู่ในนั้น
เปลือยกายเหมือนกัน เขาก็ตะโกนบอกผมให้หยุด ผมก็วิ่งหนีออกมา
เขาวิ่งมาเพื่อแย่งโทรศัพท์ มหา ห. พยายามเข้ามาล็อกตัวผม
พร้อมทำร้ายผมจากภาพที่ผมเห็น จนผมวิ่งไปข้างนอก ก็โดนแฟนผมล็อก มหา ห.
ก็วิ่งตามมา แก้ผ้าวิ่ง ตัวเมียก็แก้ผ้าวิ่งมาล็อกผม แก้ผ้าทั้งคู่
ลุกจากเตียงก็แก้ผ้าทั้งคู่ มหา ห. ก็พยายามช่วยแฟนผมให้แย่งโทรศัพท์ผม
ผมก็ดิ้นไปดิ้นมา ล็อกกันอยู่ตรงบันไดตรงนั้น
ผมพยายามเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า

– จากนั้นเป็นยังไงต่อ ?

          ติ : เพื่อนเขาคนนึงนอนอยู่ข้างล่าง
คงได้ยินเสียงโวยวาย ก็พยายามมาเอาโทรศัพท์ผมอยู่ดี ผมก็พยายามดิ้นให้หลุด
บอกว่าอย่าให้ผมต้องทำรุนแรง ผมไม่ชอบการใช้กำลัง มีฟกช้ำดำเขียว
ผมก็กัดเขาให้ปล่อย แต่ไม่ได้สะบัดตัวรุนแรง ได้แต่บอกว่าปล่อยเดี๋ยวนี้
ยื้อยุดกันอยู่ถึงลงไปข้างล่าง

– ตอนคุณเดินไปในห้อง แล้วถ่ายคลิปไปด้วย แสดงว่าคุณตั้งใจอยู่แล้ว ?

          ติ :
ก็ตั้งใจครับ
ผมคิดว่าต้องมีอะไรผิดปกติ ผมไปดูอีกห้องแล้ว ทั้งห้องพระ อีกห้อง
และห้องด้านล่าง ไม่มีใครอยู่ ผมเคยเตรียมห้องให้พระห้องนึง

โหนกระแส

เมียยันไม่ใช่อย่างที่คิด พระแค่มาอาบน้ำ

– วันนั้นแฟนคุณบอกว่าพระมาทำอะไร ?

          ติ : ตอนแรกเขาบอกว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
พระมาอาบน้ำที่ห้อง เราก็บอกว่ามันใช่เหรอ
ห้องที่เราเตรียมไว้ให้มันก็ใช้ได้ ผมก็ถามว่าทำไมต้องนอนแก้ผ้า
เขาบอกห้องน้ำพระเสีย ห้องพระน้ำไม่ไหล แต่ห้องนี้น้ำไหล

– เชื่อมั้ย?

          ติ : ไม่เชื่อครับ ผมก็บอกว่ากล้าพูดเนอะ ผมเคยจัดให้พระมานอน ห้องน้ำมันไหล มีเหตุอะไรต้องมาอาบน้ำห้องนี้ แล้วอยู่ด้วยกันในสภาพนี้

– สุดท้ายวันนั้นพอคุณจับได้ทั้งหมด เรื่องจบที่ตรงไหน ?

          ติ : ผมก็ลงมาคุยกันข้างล่าง ก็จบตรงที่ผมก็แยกย้าย ผมก็ถามเขาว่าสิ่งที่เขาทำ
เอาอะไรมาคิด เราเองก็ยังไป ๆ มา ๆ ทุกอย่างไม่ได้ขาดจากกัน
ของที่บ้านก็ยังอยู่ ผมก็ถามว่าสิ่งที่ทำคิดอะไรอยู่
คิดว่าสิ่งที่ทำผิดมั้ย เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ถ้าวันนั้นผมแจ้งเจ้าหน้าที่
ตร. เชิญพระผู้ใหญ่มาก็เข้าข่ายอาบัติปาราชิก ทุกอย่างก็จะได้จบตรงนั้น
พระโดนจับสึกโดยพระผู้ใหญ่ ผมก็แยกย้ายครับ

– พระมหา ห. พูดกับผู้หญิงว่ามีอะไรกับแฟนคุณหลายครั้ง ?

          ติ : ครั้งสองครั้งแล้ว เขาไปอาละวาดกัน

– พระรูปนี้บอกว่าเป็นคู่ของคนนี้ ?

          ติ : เขาพูดทำนองว่าเป็นคู่กัน
มันก็เป็นไปได้ตามที่จะเข้าใจ
ที่ออกมาพูดเพื่อประกาศว่าภรรยาผมเองน่าจะถูกครอบงำตามความเชื่อที่มีอยู่แล้วเดิม
กับมีพระรูปนี้มาเป็นตัวชี้นำด้วย




Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »