In Thailand

พระเปิดใจเห็น เพื่อนบ้านเข้าออกบ้านตั้งแต่ปี 54 – เจ้าของเบอร์แจง ไม่ได้ขายไก่ เผยอาชีพจริง

Written by Thailand News


          คดีเพื่อนบ้านยึดบ้าน พระถูกเรียกเป็นพยาน เห็นคนยึดเข้า-ออกบ้านตั้งแต่ปี 54 ด้านเจ้าของเบอร์โทร. บนป้ายขายไก่เจอทัวร์ลง แจงชัดเกี่ยวอะไรไหม ส่อแววมีคดีเพิ่ม




          จากกรณีที่นายซัน และ นางสาวอาย หลานชายและหลานสะใภ้ของอากู๋เหมทัศน์ ได้ของขวัญวันแต่งงานเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ในซอยรามอินทรา 58 แต่เมื่อมาดูบ้านหลังดังกล่าว ปรากฏว่าบ้านมีคนเข้าไปอยู่อาศัย มีการทำประตูใหม่ สร้างหลังคาที่จอดรถ หลังเป็นประเด็น คนที่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวอ้างว่า เห็นบ้านหลังถูกปล่อยทิ้งร้างมากว่า 30 ปีจึงเข้ามาดูแลไม่ได้มีเจตนาจะบุกรุกหรือครอบครองปรปักษ์ และพยายามติดต่อขอซื้อหรือขอเช่ากับทางเจ้าของแต่ว่าติดต่อไม่ได้ จึงเข้ามาดูแลเรื่อยมาเกิน 10 ปี โดยมีความประสงค์ที่จะซื้อบ้านหลังนี้ หลังต่อเติมก็คาดว่าสักวันทางเจ้าของจะมาพูดคุยตกลงกัน ยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีเจตนาเข้าไปครอบครอง

          เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทางฝั่งของนายซันและภรรยา ไปที่บ้านหลังดังกล่าวถึงกับงงอีกรอบ เพราะมีการนำป้ายขึ้นมาติดหน้าบ้าน ขายไก่ตะเกียบทอดน้ำปลา ซึ่งในบ้านมีทั้งโต๊ะ และมีอุปกรณ์การทำครัว พร้อมติดข้อความว่า “บ้านหลังนี้ข้าพเจ้าได้กรรมสิทธิ์ โดยการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมายบุคคลใดเข้ามากระทำการใด ๆ ในบ้านและที่ดินและบ้านหลังนี้ถือว่า มีความผิดฐานบุกรุก จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน”  จนเกิดข้อถกเถียงจำนวนมากว่าครอบครองถึง 10 ปีจริงหรือไม่ เพราะย้อนไปดูภาพจากกูเกิล แมป ยังพบว่าปี 2555 บ้านยังอยู่ในลักษณะเดิม เพิ่งจะถูกต่อเติมในปี 2560

อ่านข่าว : ทนายฟาดแรง คดีเพื่อนบ้านยึดบ้าน ล่าสุดอ้างกรรมสิทธิ์ – เจ้าของงัดหลักฐาน Google Earth

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ช่อง 3 สอบถาม พระมหารณฤทธิ์ ฐิตวิโส เจ้าอาวาสวัดคลองครุ
ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพยานฝั่งคู่กรณีในการฟ้องปรปักษ์ เปิดใจว่า
ทราบแล้วที่จะต้องไปเป็นพยานให้นางสาวศรีพรรณในการฟ้องปรปักษ์
ก็จะให้การเท่าไปเท่าที่เห็นเท่านั้น ส่วนนางสาวศรีพรรณ
ตนเห็นทั้งก่อนน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และ หลังปี 2554 เห็นว่า
เดินเข้าออกบ้านหลังนี้ที่มีกรณีพิพาทกัน ซึ่งสิ่งที่อาตมาเห็นคือ
นางสาวศรีพรรณ เดินเข้าออกบ้านหลังนี้ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะขาย
ไก่ทอดหรืออาหารอะไรด้วย จนมีการต่อเติม สร้างหลังคาหน้าบ้าน หลังน้ำท่วม
คือ ปี 2554 ก็ทำให้เข้าใจว่า นางสาวศรีพรรณ
อาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวเรื่อยมา

         
พระมหารณฤทธิ์ ย้ำว่า จะเป็นพยานพูดได้แค่ในสิ่งที่เห็น
ส่วนสิ่งที่ไม่เห็นว่าลึก ๆ แล้วใครเป็นเจ้าของมาก่อน ต้องให้ศาลตัดสิน
เป็นเรื่องของกฎหมาย ตนเองไม่ทราบ และจะไม่ตอบในสิ่งที่ไม่เห็น
แต่หากมองในมุมของธรรมะ ถ้าทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ของตน
และไปเบียดบังเอาทรัพย์ของผู้อื่น มันก็ผิดศีลข้อ 2
เรื่องลักทรัพย์อยู่แล้ว

          นอกจากนี้ เมื่อโทร.
สอบถามไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ขึ้นไว้อยู่ในป้ายขายไก่ทอดน้ำปลา
ปลายสายที่รับบอกว่าอยู่จังหวัดสงขลา ยืนยันไม่ได้ขายไก่ทอดน้ำปลา
และไม่ได้เกี่ยวข้องกับบ้านหลังดังกล่าวที่มีกรณีพิพาท มีคนติดต่อ มาถาม
2-3 วันแล้ว ซึ่งรู้สึกงงมาก หากเป็นการนำเบอร์ไปแอบอ้างขึ้นป้าย
อยากให้เอาออกด้วย

เจ้าของเบอร์เปิดใจในโหนกระแส

          ขณะที่ รายการโหนกระแส ช่อง 3 เปิดภาพของป้ายขายไก่ตะเกียบที่ติดไว้หน้าบ้านหลังดังกล่าว
ตอนแรกมีการระบุเบอร์โทร. เอาไว้
แต่ล่าสุดได้ตัดในส่วนเบอร์โทร.ดังกล่าวออกไปแล้ว

          คุณไก่
(นามสมมติ) เจ้าของเบอร์ที่ถูกระบุในป้ายหน้าบ้าน เปิดใจว่า
ไม่ได้ขายไก่ตะเกียบที่บ้านหลังนั้นเลย เบอร์นี้ใช้มาเกือบ 1 ปีแล้ว
ตนอยู่ที่ภาคใต้ ยืนยันว่าไม่เคยขายไก่ทอดเลย
ย้ำว่าไม่เคยรู้จักคนที่เกี่ยวข้องกับบ้านหลังนั้น ช่วง 3
วันที่ผ่านมามีคนโทร. มาตลอด ตนก็บอกไปว่าไม่รู้จัก เธอยังเป็นนักศึกษาอยู่
ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่มีผู้คนแห่โทร.
เข้ามาเลยจนกระทั่งไม่กี่วันก่อน เมื่อลองถามถามคนที่โทร.
มาจึงได้รู้ว่าเบอร์ถูกนำไปติดไว้ที่ป้ายขายไก่ตะเกียบทอดน้ำปลา
ตนก็รู้สึกตกใจ

          หลังเกิดเรื่องยังไม่ได้แจ้งความ
ตอนแรกคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่แค่คนโทร. ผิดเฉย ๆ
แต่หลังจากนี้คงต้องไปแจ้งความแล้ว
อยากจะฝากบอกกับคนที่นำเบอร์ไปติดป้ายว่า อยากให้นำเบอร์ตนออก
เพราะตนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ซ้ำยังมีคนทักมาด่าในไลน์เยอะมาก
พร้อมรับปากว่า
หลังจากนี้หากมีใครข่มขู่ไม่ให้แจ้งความจะเก็บหลักฐานไว้ทั้งหมด

         
ด้าน นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส ชี้ว่ากรณีนี้
เจ้าของเบอร์โทร. คงจะได้ค่าเล่าเรียนเพิ่ม
เพราะคู่กรณีจะนำเบอร์คนอื่นไปขึ้นป้ายไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เบอร์โทร. ตัวเอง
กรณีนี้คนที่นำไปขึ้นต้องระวังโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 1 ล้านบาท




Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »