In Thailand

ชายเลี้ยงงูเหลือมยักษ์มา 20 ปี อาลัยเพื่อนรักหนัก 240 กิโลกรัม ก่อนส่งกลับดาวงู

Written by Thailand News

          ชายเลี้ยงงูเหลือมยักษ์เพื่อนรักมานานถึง 20 ปี สู้ด้วยกันจนถึงวาระสุดท้าย หนัก 240 กิโลกรัม ต้องอำลาอาลัยสุดเศร้า



          วันที่ 29 ธันวาคม 2566 เว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ เผยว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีเรื่องราวของชายรายหนึ่งในประเทศมาเลเซีย ได้รับความสนใจบนโซเชียลมีเดีย ภายหลังจากเขาออกมาเผยภาพสุดเศร้าอาลัย เมื่อต้องอำลา “สัตว์เลี้ยงแสนรัก” ที่อยู่ด้วยกันมานานถึง 20 ปี ซึ่งสัตว์เลี้ยงที่ว่านั้นก็คือ เจ้างูเหลือมยักษ์ที่มีน้ำหนักถึง 240 กิโลกรัม

          โมฮัมหมัด เรดซวน อับดุลเลาะห์ วัย 39 ปี เป็นเจ้าของงูเหลือมที่ชื่อว่า ซิกเคียห์ เขาเลี้ยงมันมาตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นวัยรุ่น จนเวลาผ่านล่วงเลยมานานถึง 2 ทศวรรษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่ผ่านมา การเดินทางของเจ้าซิกเคียห์ ก็ได้สิ้นสุดลง และภาพสุดท้ายของมันแสดงให้เห็นถึงความน่าทึ่งในความรักและความเอาใส่ของผู้เป็นเจ้าของ เขาเอาใจใส่เลี้ยงดูมันอย่างเต็มที่จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตมัน

          ภาพที่ถูกนำมาโพสต์แสดงให้เห็นว่าโมฮัมหมัด ได้ใช้เวลาอยู่กับเจ้าซิกเคียห์จนถึงวาระสุดท้ายของมัน เขาเข้าไปโอบกอดมันเอาไว้ด้วยความรักและอาลัย ภายหลังจากต้องเผชิญกับการสูญเสียเพื่อนรักที่ร่วมเดินทางมานาน 20 ปี

          “มันไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยง แต่มันเป็นทั้งเพื่อน และสมาชิกครอบครัวที่เรารัก คอยมอบมิตรภาพ ความเพลิดเพลิน และความสุขให้กับชีวิตของเรา” โมฮัมหมัด กล่าว

          อย่างไรก็ดี
หลายคนมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและความรักต่อเพื่อนสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสุนัข
หรือแมว แมว หรือสัตว์เลี้ยงทั่ว ๆ ไป
ดังนั้นจึงไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจว่าเหตุใด
โมฮัมหมัดจึงรู้สึกซาบซึ้งกับงูยักษ์ที่ดูน่ากลัวถึงขนาดนั้น
และมันอาจจะดูไม่ปกติสำหรับบางคน อย่างไรก็ตาม
ผู้ใช้โซเชียลอีกส่วนก็เข้าใจและเข้าไปเป็นกำลังใจให้กับเขา

          “ถึงแม้จะเป็นงูเหลือม แต่ฉันก็สามารถเข้าใจได้ เพราะเขาเลี้ยงมันมาตั้ง 20 ปี”

          “เรื่องนี้น่าเศร้า เขาดูแลงูมายาวนานถึง 20 ปี เลี้ยงมันราวกับเป็นลูกของเขาเอง”

          “เมื่อสัตว์เลี้ยงที่คุณเลี้ยงมานานหลายปีจากไปอย่างกะทันหัน
ย่อมเป็นเรื่องน่าเศร้าไม่ว่าใครก็ตาม
เราสัมผัสได้ถึงความรักที่คุณมีต่อพวกมัน”

ขอบคุณข้อมูลจาก World of Buzz




Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »