In Thailand

เด็ก ม.3 ขี่รถมาดี ๆ โดนเด็กช่างหาว่าเบิ้ลเครื่องใส่ ซิ่งไล่ฟันเลือดอาบ รีบหนีตายขึ้นโรงพัก

เด็ก ม.3 ขี่รถมาดี ๆ โดนเด็กช่างหาว่าเบิ้ลเครื่องใส่ ซิ่งไล่ฟันเลือดอาบ รีบหนีตายขึ้นโรงพัก
Written by Thailand News

          เด็กนักเรียนขาสั้นขี่รถมาดี ๆ เจอก๊วนเด็กช่างหาว่าเบิ้ลเครื่องใส่ ซิ่งไล่ฟันเลือดอาบ ต้องรีบหนีเข้าโรงพัก ด้านตำรวจเร่งล่าตัว


          วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 รายงานว่า วานนี้ (13 พฤศจิกายน) เวลา 17.30 น. น้องเจ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี พร้อมกับเพื่อนขี่จักรยานยนต์จอดรถหน้าโรงพัก สภ.เมืองนนทบุรี ก่อนจะรีบเข้ามาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกกลุ่มนักเรียนสวมเสื้อช็อป ขี่รถหาเรื่องและไล่ทำร้ายร่างกายกลางถนน

          น้องเจ เล่าว่า ขณะที่ซ้อนท้ายนายเอก เพื่อนนักเรียนร่วมชั้น โดยมีแฟนของนายเอกนั่งกลาง ก่อนจะถึงท่าน้ำหอนาฬิกานนทบุรี พบว่ามีวัยรุ่น 3 คน ขี่รถซ้อนท้ายกันมา 3 คน คนขี่ใส่เสื้อนักเรียนโรงเรียนวัดแห่งหนึ่ง ส่วนคนซ้อนท้ายคนที่ 2 และคนที่ 3 ใส่เสื้อช็อปช่างกลขี่สวนพวกตนมา พร้อมทั้งตะโกนว่า “มึงเบิ้ลเครื่อง ใส่หน้ากูเหรอ” จากนั้นคนซ้อนท้ายทั้งสองคนควักมีด คล้ายมีดดายหญ้าฟันมาที่เอก แต่โดนเพียงถาก ๆ ส่วนน้องเจถูกฟันเข้าที่ศีรษะ และแขนซ้ายอย่างแรงจนเลือดไหลอาบ

          เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมาที่โรงพัก เพื่อปฐมพยาบาลบาดแผลในเบื้องต้น ซึ่งพบว่า ทั้งศีรษะ และแขน ต้องเย็บหลายเข็ม จึงรีบนำตัวน้องเจส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ให้แพทย์ทำการรักษาบาดแผลอย่างเร่งด่วน

          ด้าน นางน้อย แม่ค้าขายของชำแถวจุดเกิดเหตุ เล่าว่า
เห็นรถเด็กช่างกลขี่ไล่ทำร้ายเด็กนักเรียนขาสั้นมาตั้งแต่แยกศรีพรสวรรค์
จนมาถึงใกล้ท่าน้ำหอนาฬิกา ตอนนั้นตกใจมาก สงสารคนที่ถูกฟัน
โชคดีที่เป็นช่วงเย็น ๆ คนพลุกพล่านมาก
หลังฟันและทำร้ายเด็กนักเรียนขาสั้นแล้ว
คนก่อเหตุทั้งหมดก็รีบขี่หลบหนีไปทันที พร้อมให้เบาะแสว่าช่วงเย็น ๆ
มักจะมีเด็กนักเรียนมามั่วสุมบริเวณท่าน้ำ
จึงอยากให้กำลังเจ้าหน้าที่ตรวจตราให้มากกว่านี้ชาวบ้านจะได้อุ่นใจ

          

         
หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้เชิญตัว น้องเอก เพื่อนคนเจ็บมาสอบปากคำหารายละเอียด
พร้อมทั้งจะลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด
เพื่อนำตัวนักเรียนนักเลงที่ก่อเหตุครั้งนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้  




Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »