In Thailand

ช็อก ฝากเงิน 49 ล้าน แค่ 4 เดือนเงินหาย ฟ้องคดี 3 ปี สั่งธนาคาร ชดใช้แค่ 19 ล้าน

Written by Thailand News

 
               ช็อก ฝากเงิน 49 ล้าน ผ่านไป 4 เดือน หายวับเหลือไม่ถึง 5 บาท ชี้ที่แท้ฝีมือผู้จัดการ ฟ้องศาล 3 ปี สั่งธนาคารชดใช้แค่ 19 ล้าน เจ้าตัวลั่นเหมือนถูกปล้น !

 เงินหาย 49 ล้าน

             วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เว็บไซต์ hk01 รายงานกรณีชวนอึ้ง นักธุรกิจหญิงจากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน นำเงิน 10
ล้านหยวน หรือราว 49 ล้านบาท ไปฝากเข้าบัญชีธนาคาร
มั่นใจว่าจะต้องได้ดอกเบี้ยดี แต่ไม่คาดคิดว่าในอีก 4 เดือนต่อมา
นอกจากจะไม่มีดอกเบี้ยใด ๆ แม้แต่เงินฝากของเธอก็หายเกลี้ยง
เหลือติดบัญชีไม่ถึง 1 หยวน (4.9 บาท) เท่านั้น

             รายงานเผยว่า
นักธุรกิจหญิงเพิ่งค้นพบในเดือนสิงหาคม 2563 ว่าเงิน 10
ล้วนหยวนที่เธอฝากไว้ในบัญชีธนาคาร เหลือเงินติดบัญชีอยู่ไม่ถึง 1
หยวนเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นเธอกำลังจะเซ็นสัญญาสำคัญกับลูกค้า
และต้องถอนเงินมาวางมัดจำ

             สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เธอโกรธจัด
ตัดสินใจฟ้องธนาคารเพื่อเรียกค่าเสียหาย
จากการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลไม่ดี
จนเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ฝากเงิน

 เงินหาย 49 ล้าน

             จากการสอบสวนของตำรวจ
พบว่าเงิน 10 ล้านหยวนที่หายไป
ถูกโอนจากบัญชีของนักธุรกิจหญิงไปยังบริษัทผิดกฎหมายแห่งหนึ่ง
โดยคนที่น่าสงสัยมากที่สุดก็คือ ชายนามสกุลเว่ย ซึ่งเป็นผู้จัดการธนาคาร
ซึ่งต่อมานายเว่ยก็ยอมรับสารภาพ
ว่าเขาต้องการเงินด่วนเนื่องจากปัญหาทางบ้าน
เมื่อเห็นลูกสาวของนักธุรกิจนำเงินมาฝากเข้าบัญชีให้ 10 ล้านหยวน
เขาจึงมุ่งเป้าไปยังเงินนั้น

             อย่างไรก็ตาม ในชั้นศาล
ทนายฝ่ายจำเลยของธนาคารแย้งว่า
เงินฝากที่หายไปไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของทางธนาคาร
แต่เป็นฝีมือของพนักงานเพียงบางคน
ดังนั้นธนาคารจึงไม่มีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบใด ๆ

             ทั้งนี้
ผลการฟ้องคดีครั้งแรก ปรากฏว่านักธุรกิจหญิงแพ้คดีที่ฟ้องธนาคาร
นอกจากเธอจะไม่สามารถทำอะไรธนาคารได้แล้ว
ยังถูกบอกให้ไปเรียกร้องเงินชดเชยเอาจากพนักงานที่ทำผิดแทน

             อย่างไรก็ตาม นายเว่ยสารภาพว่า เงินทั้งหมดนั้นได้ถูกนำไปให้เจ้าหนี้จนหมดแล้ว และหากเขาไม่นำเงินจำนวนนั้นไปจ่าย เขาก็จะต้องตาย

             ต่อมานักธุรกิจหญิงยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาล
นำมาสู่การพิจารณาคดีครั้งที่ 2 ซึ่งล่าสุดศาลเพิ่งมีคำตัดสินว่า
ทั้งธนาคาร พนักงานผู้กระทำผิด รวมถึงตัวผู้ฝากเงิน
ล้วนมีส่วนรับผิดชอบต่อทรัพย์สินที่หายไป
โดยสั่งให้ทางธนาคารชดใช้เงินแก่นักธุรกิจหญิงเป็นจำนวน 4 ล้านหยวน หรือราว
19 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยส่วนหนึ่ง

             คดีที่เกิดขึ้นกลายเป็นข่าวชวนตะลึง
แม้จะใช้เวลานานถึง 3 ปีในการดำเนินคดี แต่สุดท้ายกลับได้ข้อสรุปเช่นนี้
ทำให้นักธุรกิจหญิงผู้เสียหายออกมาประณามหน่วยงานบริหารด้านการเงินว่าไร้ประสิทธิภาพ
รวมถึงตั้งคำถามด้วยว่าศาลกับธนาคารสมรู้ร่วมคิดกันหรือไม่
เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดดูเหมือนเงินในบัญชีของเธอจะถูกปล้นไปเฉย ๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก
hk01 
 




Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »