Tingey Injury Law Firm
Thailand News

สลด หนุ่มโรงงานจบชีวิตเซ่นแอปฯ เงินกู้ เมียสุดช้ำ ผัวตาย แอดมินยังส่งข้อความมา

Written by Thailand News

หนุ่มโรงงานตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง เซ่นแอปฯ เงินกู้ วิ่งหายืมเงิน สุดท้ายโดนหลอก ไม่มีเงินคืนเพื่อน เมียเผย หลังผัวเสียชีวิต แอดมินยังส่งข้อความ-โทรมาหา 

น.ส.ภัทราพร อายุ 34 ปี ภรรยาของนายอัฐวุฒิ เล่าว่า เธอและสามี ทำงานโรงงานในพื้นที่ ต.หนองครก อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา วันที่ 14 ม.ค.66 เวลา 04.00 น. เธอตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอสามี จึงเดินตามหาบริเวณบ้านแต่ก็ไม่เจอ จึงออกมาดูหลังบ้าน แทบล้มทั้งยืน สามีจบชีวิตตัวเอง เธอจึงรีบตั้งสติโทรแจ้งตำรวจ สภ.แปลงยาว ให้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่มีร่องรอยของการทำร้ายร่างกายและไม่มีร่องรอยการต่อสู้ แต่เมื่อเปิดดูข้อความในโทรศัพท์มือถือของสามี พบข้อความแชทในการขอกู้ยืมเงินจากแอปเงินกู้ ในช่วงเวลา 13.00 น. ของวันที่ 13 ม.ค.66 โดยใช้ชื่อ แอปลิ้ง online loan Thailand ซึ่งนายอัฐวุฒิ ได้ติดต่อขอกู้เงินจำนวน 50,000 บาท ส่งงวดรวม 48 งวด

ภายในแชท ทางแอปได้เสนอให้ส่งสลิปเงินเดือนเพื่อให้ทางบริษัทพิจารณาในการปล่อยกู้ นายอัฐวุฒิ ก็ได้ทำตามขั้นตอนทั้งหมด ต่อมาบริษัทเงินกู้ แจ้งว่าได้ผ่านการอนุมัติการกู้จะได้เงินเข้าระบบ โดยจะต้องทำการดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชั่นและแจ้งเงื่อนไขในการกู้ยืม สุดท้ายได้แจ้งผ่านข้อความว่าจะต้องนำเงินจำนวน 6,728 บาท มาโอนเข้าระบบพร้อมได้ส่งเลขบัญชี มาให้เพื่อให้โอนเงิน

ภรรยา นายอัฐวุฒิ เล่าว่า ช่วงนั้นสามีน่าจะพยายามหาเงินจำนวน 6,728 บาทเพื่อโอน หวังจะได้เงินกู้ สุดท้ายยืมจากเพื่อนในโรงงานมาโอนและยังบอกเพื่อนว่ายืมมาเพียง 5 นาที จะโอนคืน และเมื่อโอนเงินไปแล้ว ทางแอปได้โอนกลับมาทันที เมื่อได้เงิน สามีจึงรีบนำเงินไปคืนเพื่อนที่ยืมมาทันที แต่เงินที่ทำการกู้ไปจำนวน 50,000 บาทนั้น ยังไม่ได้

ต่อมาทางแอปได้แจ้งกลับมาอีกว่า ได้ใส่รหัสผิดให้ทำการหาเงินมาใส่ระบบใหม่อีก 8,999.27 บาท แต่สามีไม่สามารถที่จะหามาได้ตามจำนวน จึงมีการหลอกล่อให้หาเงินมาโอนอีก 7,000 บาทก็ได้

ส่วนที่เหลือแอดมินแอปจะออกให้ก่อน เมื่อได้เงินกู้แล้วค่อยโอนมาใช้คืน สามีจึงหลงเชื่อจึงได้ไปขอยืมเพื่อนมาอีกครั้งและทำการโอนไปยังบัญชีเดิม จากนั้นผ่านไปประมาณ 30 นาที แอดมินแอปได้ทำการแจ้งมายัง สามีว่า บัญชีถูกระงับเนื่องจากทำผิดกฏ จึงต้องสร้างบัญชีใหม่แต่ยอดเงินยังอยู่

โดยช่วงเวลานี้คาดว่าสามีอาจจะได้รับความกดดันจากการไปยืมเงินเพื่อนมาและยังไม่สามารถที่จะนำไปคืนได้ ส่วนเงินที่ทำเรื่องกู้ไปก็ไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ จึงเกิดความเครียด

ซึ่งข้อความสุดท้ายที่มีการคุยกับแอดมินแอปนั้น เป็นเวลา 20.07 น. ของคืนวันที่ 13 ม.ค.66 แต่เธอมาพบศพสามีเมื่อเวลา 04.00 น.ของวันที่ 14 ม.ค.66 โดยช่วง 11.04 น. ทางแอดมินแอปยังทักเข้ามายังโทรศัพท์ของสามี ซึ่งเป็นเวลาที่สามีเสียชีวิตแล้ว

จนกระทั่ง เธอกำลังเตรียมการตั้งบำเพ็ญกุศลศพ มีสายโทรเข้ามาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เธอจึงกดรับสายเเล้วบอกกลับไปว่า สามีเสียชีวิตเเล้ว เพราะถูกหลอก ปลายสายกลับบอกว่า จะรับผิดชอบโอนเงินคืนพร้อมส่งพวงหรีดมาแสดงความเสียใจ แต่เธอไม่ขอรับเพราะตอนนี้สามีเสียชีวิตไปแล้ว อะไรก็ทดแทนไม่ได้ แค่อยากฝากข้อความกลับไปให้รู้สึกสำนึกว่า ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเขาจะรู้สึกยังไง

ล่าสุด วานนี้ (17 ม.ค.66) ที่วัดคุ้มจัดสรร(หลวงปู่นิล) ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ครอบครัวของนายอัฐวุฒิ พร้อมญาติๆและชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกันวางดอกไม้จันทน์ภายในศาลาตั้งศพ ก่อนจะเคลื่อนศพมาที่เมรุ เพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจ บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า

โดย น.ส.ภัทรพร ภรรยาผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวอีกครั้งว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นนั้น เชื่อว่าจะเป็นเงินอีกจำนวนมากที่ถูกหลอกเอาไปและเยอะกว่าที่ออกข่าวไปอีกเป็นจำนวนมากแต่ก็ไม่รู้เท่าไหร่เพราะสามีจะลบแชท LINE ออกตลอดเพราะว่าแอบไปทำการกู้เงินกับพวกมิจฉาชีพเหล่านี้เอง

โดยที่ตนเองไม่รู้ ตนเคยเตือนแล้วว่า อย่าไปยุ่งเพราะมัน คือ มิจฉาชีพอย่างแน่นอนไม่มีใครมาเอาข้อมูลเราด้วยการให้ถ่ายภาพคู่กับบัตรประชาชน แต่ด้วยความที่สามีต้องการให้ครอบครัวสุขสบายอยากหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว ตั้งใจจะไปทำงานต่างประเทศ เพื่อหาเงินมามากๆ แต่สุดท้ายสามีก็ไปแอบทำโดยที่ตนเองไม่รู้

“อยากจะฝากเตือนทุกๆ คน อย่าไปหลงเชื่อ อย่าบอกข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ หรือ บุคคลที่ไม่รู้จักโดยเด็ดขาด เพราะไม่มีหน่วยงานไหน หรือ แหล่งเงินกู้ที่ไหนที่จะให้เราถ่ายภาพคู่กับบัตรประชาชน เพื่อให้ถูกหลอกเอาข้อมูลไปทำการโจรกรรมเงินจากบัญชีออนไลน์จนเกลี้ยง

และอยากจะขอความเป็นธรรม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือช่วยจับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดเพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ถูกหลอกและมีอีกหลายคนที่คิดสั้นเหมือนกับสามีของตนเอง

ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะต้องขอความช่วยเหลือ แบบไหน หรือ ต้องไปหาใครเพราะมีเพียงเพื่อนเพื่อนและครอบครัวที่ให้กำลังใจและต้องการอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือตำรวจตามจับตัวมาดำเนินคดีให้ได้


Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »