Tingey Injury Law Firm
Thailand News

ยูทูบเบอร์ดังเจอดราม่า อุ้มลูกขี่เจ็ตสกีมือเดียว ชูชีพไม่ใส่ ถ้าตกไปไม่อยากคิดสภาพ

Written by Thailand News


          ยูทูบเบอร์ดังเจอดราม่า อุ้มลูกขี่เจ็ตสกีมือเดียว ชูชีพไม่ใส่ ไม่อยากคิดสภาพถ้าตกลงไป คนซัดอันตรายมาก อย่าหาทำ

           วันที่ 11 มกราคม 2566 เว็บไซต์นิวยอร์กโพสต์ รายงานว่า เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เดือดบนโลกออนไลน์ของอินโดนีเซีย หลังอินฟลูเอนเซอร์ดังโพสต์คลิปขณะพาลูกน้อยวัยทารกไปขี่เจ็ตสกีด้วยกัน แต่กลับปรากฏภาพช่วงหนึ่งซึ่งเด็กน้อยไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ แถมพ่อที่อุ้มลูกด้วยมือ 1 ข้าง ยังพยายามขี่เจ็ตสกีด้วยมือข้างเดียว ซึ่งผู้คนต่างมองว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง

           คลิปดังกล่าวถูกโพสต์ลงช่อง YouTube ของ เรีย ริซิส ยูทูบเบอร์ที่มีคนติดตามกว่า 30.8 ล้านคน โดยคลิปที่เป็นประเด็นถูกโพสต์ลงเมื่อวันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา เป็นภาพช่วงเวลาสุขสันต์ของครอบครัว ขณะที่พ่อแม่ลูกบ้านนี้พากันออกไปเที่ยวทะเล ขี่เจ็ตสกีด้วยกัน

           จากคลิปพบว่า ริซิสที่อยู่บนชายหาดได้เตรียมความพร้อมต่าง ๆ ให้กับลูกสาววัยทารก ก่อนที่เธอจะอุ้มลูกไปขึ้นเจ็ตสกี ซึ่งตอนแรกเด็กหญิงก็สวมเสื้อชูชีพสีชมพู-ส้ม ดูน่ารักสุด ๆ โดยที่ริซิสเป็ยคนอุ้มลูกไว้บนตัก ปล่อยให้สามีของเธอเป็นคนขี่เจ็ตสกี

           แต่แล้วในช่วงกลางคลิป พบว่าเด็กน้อยได้ถูกเปลี่ยนไปให้พ่ออุ้ม แต่เสื้อชูชีพที่เด็กสวมอยู่นั้นหายไปซะแล้ว กลายเป็นว่าเด็กถูกพ่ออุ้มพาดไว้บนบ่าในสภาพไม่สวมเสื้อชูชีพ ขณะที่พ่อก็ขี่เจ็ตสกีซิ่งไปโดยใช้มือเพียงข้างเดียวบังคับอุปกรณ์ ส่วนริซิสนั้นก็ยังคงง่วนอยู่กับการถ่ายคลิปช่วงเวลานั้นไว้อย่างสนุกสนาน

           อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนชาวเน็ตจะไม่เห็นสนุกด้วย เพราะในเวลาเพียงไม่นานหลังคลิปถูกปล่อยไป ก็มีกระแสคอมเมนต์โจมตีทั้งคู่ ที่ปล่อยให้ลูกน้อยต้องอยู่ในสถานการณ์อันตรายเช่นนั้น เช่น

           “นี่มันอันตรายมากนะ”

           “น่าอายจริง ๆ ริซิส”

           “อย่างน้อยก็ต้องสวมชูชีพสิ ลูกเป็นของมีค่าที่สุดในโลกที่คุณมี แล้วถ้าน้องตกลงไปโดนใบพัดเจ็ตสกีฟาดละ”

           ทั้งนี้ ยูทูบเบอร์สาวยังคงไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นตอบโต้อะไรกับคอมเมนต์เหล่านั้น ขณะที่คลิปของเธอก็ยังคงมีให้เข้าชมตามปกติ แม้จะเจอกระแสวิจารณ์

ขอบคุณข้อมูลจาก นิวยอร์กโพสต์




Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »