Tingey Injury Law Firm
Thailand News

ชูวิทย์ ร่ายยาวถึง บิ๊กตู่ ปมฉุนสื่อถามเรื่องหลานโยง ตู้ห่าว – โฆษกรัฐบาล โร่แจงกลางดึก

Written by Thailand News


          ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ฝากข้อความภึง พล.อ. ประยุทธ์ ถ้าจะเงียบเรื่อง ทุนจีนสีเทา ก็อย่าเป็นนักการเมือง ด้านโฆษกรัฐบาลแจงกลางดึกปม บิ๊กตู่ ฉุนสื่อ

          กรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ อดีตนักการเมือง ออกมาเปิดเผยข้อมูลโดยอ้างว่า รถทัวร์จำนวนกว่า 400-500 คันของบริษัท เอ็มแอนด์ เอ็ม ทรานสปอร์ต เซอร์วิส จำกัด หลายคนเข้าใจว่า เป็นรถทัวร์บริษัทของตู้ห่าว แต่คนที่เป็นเจ้าของจริง ๆ คือ หจก.แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นของหลานชาย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งประเด็นนี้เมื่อสื่อถาม พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม โดยมีอาการเสียงดังคล้ายกับไม่สบอารมณ์นั้น


          วันที่ 6 มกราคม 2566 นายชูวิทย์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุหัวข้อ ท่านนายกฯ ที่เคารพ พร้อมยกตัวอย่างพาดหัวหนึ่งจากสื่อซึ่งระบุว่า “ประยุทธ์ ฉุนขาด นักข่าวถามปมชูวิทย์แฉ หลานพัวพันธุรกิจตู้ห่าว” โดยมีข้อความระบุว่า…

          กราบเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีที่เคารพ บัดนี้ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ท่านต้องการดำรงคงอำนาจต่อไป โดยวันที่ 9 มกราคม ท่านได้เสนอตัวเองไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านเคยเป็น “ผู้บัญชาการทหารบก” เป็นทหารมาทั้งชีวิต แต่วันนี้ท่านอยากผันตัวเป็น “นักการเมือง” เต็มตัว นักการเมืองต้องเข้าถึงประชาชนทุกชนชั้น ไม่ใช่ใช้ความเป็นทหารมาปกครองบ้านเมืองได้ตลอดไป การที่ท่านเป็นทหาร แต่ไม่ได้ปกครองทหาร จึงต้องครองใจประชาชน ถึงจะประสบความสำเร็จ เพราะนักการเมืองย่อมต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน

          นี่เป็นสาเหตุที่ 8 ปี สะท้อนถึงสิ่งที่ประชาชนเบื่อหน่ายต่อตัวท่าน แต่เมื่อท่านต้องการเป็นนายกฯ อีกครั้ง ควรรู้จักที่จะปกครองประชาชน จะเอาแต่ใช้วิธีทหาร จัดการเรื่องความทุกข์ร้อนของประชาชนได้อย่างไรครับท่าน ? แสดงท่าทีสั่งการ หรือแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อถูกถามสิ่งที่ไม่ถูกใจไม่ได้ วันนี้ท่านไม่ได้ต้องการชนะสงคราม แต่ต้องเอาชนะใจประชาชนให้ได้ การนิ่งเฉยของท่านจึงไม่ใช่ท่าทีของผู้นำประเทศที่ดี จะใช้นิสัย “กึ่งทหาร กึ่งนักการเมือง” ก็ไม่ได้ครับท่านนายกฯ ประยุทธ์

          อย่าไปคิดว่าสมัยหน้าท่านจะได้คะแนนมากพอ จะอยู่ต่อด้วยการอาศัยเสียงของ “สมาชิกวุฒิสภา” ที่ท่านแต่งตั้งขึ้นเอง หรือไปเชื่อบรรดาคนที่ล้อมรอบตัวท่าน ยกยอปอปั้นจนไม่ลืมหูลืมตา คิดว่าประเทศนี้มีเพียงท่านเท่านั้นที่จะปกครองบ้านเมืองได้ ท่านไม่เป็นนายกฯ ประเทศไทยก็ยังอยู่บนแผนที่โลก ไม่ได้ล่มสลายหายไปไหน นับแล้ววัน ๆ หนึ่ง ท่านคงพบคนแค่ไม่กี่คนบนหอคอยงาช้าง ท่านต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง และชะโงกมองลงมาที่คนข้างล่างบ้าง หากจะเอาแต่ให้จัดการกันเองคงไม่ไหว เพราะลูกน้องท่านไม่ใช่ทหารอีกต่อไปแล้ว

          ประเทศไทยคงพัง เพราะท่านใช้วิธีการปกครองที่ผิด ที่สำคัญ ไม่มีใครไปบังคับท่านให้เป็นนายกฯ ท่านอยากเป็นของท่านเอง ไม่มีใครไปข่มใจให้ท่านเป็นได้ มันเป็นการตัดสินใจของท่านแท้ ๆ แต่เรื่องบ้านเมือง “ทุนจีนสีเทา” ท่านจะเงียบ และนั่งฟังรายงาน แบบทหารระดับสูงอย่างเดียวไม่ได้หรอกครับ หากท่านไม่อยากเป็นนายกฯ ต่อไป ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คงไม่มีใครไปตอแยเซ้าซี้ท่าน

          เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว คงไม่ต้องบอกกันนะครับ ว่าท่านควรลงมา “ล้วงลูก” ในเรื่องสำคัญ ๆ บ้าง เมื่อเห็นสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลของบ้านเมือง ไม่อย่างนั้น ก็อย่าไปเป็นนักการเมืองเลยครับ มาลองเป็นประชาชนอย่างผมดูว่า วันหนึ่งเมื่อท่านหมดสิ้นอำนาจวาสนา ซึ่งผมเชื่อว่าคงเร็ว ๆ นี้  ท่านจะรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึกไหม ?

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว รายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 6 มกราคม นายอนุชา บูรพชัยศรี
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง
ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
กล่าวชี้แจงผ่านทางไลน์กลุ่มผู้สื่อข่าว กรณีสื่อมวลชนติดตามการลงพื้นที่
จ.สิงห์บุรี ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมข้าวรักษ์โลก และมีการรายงานข่าวว่า
นายกรัฐมนตรีไม่พอใจที่ถูกถามเรื่องกรณีคดีตู้ห่าว โดยนายอนุชาระบุว่า

          หากสื่อมวลชนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็คงจะเข้าใจตรงกันว่า
ท่านนายกฯ
ได้หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามที่ผู้สื่อข่าวสอบถามประเด็นเรื่องข้าวรักษ์โลก
ด้วยความที่ท่านนายกฯ
คาดว่าสื่อมวลชนที่ร่วมติดตามลงพื้นที่ด้วยกันตั้งแต่เช้าที่เดินทางถึง
จ.สิงห์บุรี และที่บริเวณจัดงาน น่าที่จะได้รับฟังในสิ่งที่ท่านนายกฯ
ได้กล่าวกับเกษตรกรชาวนาที่มาร่วมงานทั้งหมดด้วยตัวเองไปพร้อม ๆ กันแล้ว
โดยไม่มีความจำเป็นที่ท่านนายกฯ จะต้องกล่าวซ้ำอีกครั้ง
เนื่องจากมีเนื้อหาสาระค่อนข้างมากที่ได้กล่าวไปแล้ว

          ทั้งนี้
ท่านนายกฯ พร้อมที่จะตอบคำถามเพิ่มเติมจากสื่อ
แต่มิใช่เป็นคำถามที่จะให้กล่าวถึงเรื่องกิจกรรมอีกครั้งทั้งหมด
ซึ่งหลังจากนั้น ท่านนายกฯ จึงได้ขอตัวเพื่อเดินทางต่อ

          อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ท่านนายกฯ
กำลังเดินเพื่อไปขึ้นรถ ได้มีผู้สื่อข่าวสอบถามประเด็นเรื่องคดีตู้ห่าว
ซึ่งในขณะนั้นท่านนายกฯ ได้หยุดการให้สัมภาษณ์แล้ว
และกำลังจะขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ
จึงจะเห็นได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น
ไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างใดกับคำถามเรื่องคดีที่สอบถามเลย
จึงเรียนชี้แจงเพื่อทราบครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว




Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »